สัตว์กลายพันธุ์บินได้ตัวนี้อยู่ในขั้นสิบเช่นกัน ขนาดตัวใหญ่กว่าเสี่ยวฮุยกับเสี่ยวจินอยู่รอบหนึ่ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงจิ้งจอกตัวเล็กด้านล่าง พวกมันตัวใหญ่กว่าจิ้งจอกเหล่านั้นไม่รู้กี่เท่า
ทีแรกทุกคนคิดว่าเมื่อเห็นสัตว์กลายพันธุ์บินได้ตัวใหญ่ขนาดนี้ จิ้งจอกตัวเล็กพวกนั้นคงหนีไป แต่ใครจะคิดว่าภายนอกดูตัวเล็ก ทว่าพวกมันดุเอาเรื่อง จ้องเขี้ยวใส่นกยักษ์ที่โฉบลงมา ราวกับกำลังเตือนว่าอย่าเข้ามา
แต่นกยักษ์กลับไม่สนคำเตือนของพวกมันแม้แต่น้อย พุ่งเข้าไปคว้าหมาป่าย่างตัวหนึ่ง
เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ไว้หน้า จิ้งจอกหลายตัวก็โกรธจัด ทันทีที่นกยักษ์โฉบลงมา พวกมันก็กระโจนขึ้นพร้อมกันด้วยความเร็วสูงจนหยางปินและคนอื่น ๆ มองตามไม่ทัน
นกยักษ์ที่เพิ่งพุ่งลงมายังไม่ทันตั้งตัว ก็ถูกข่วนจนเลือดสาด ขนปลิวว่อน ไม่นานทั่วร่างก็มีบาดแผลลึกจนเห็นกระดูกหลายแห่ง
เมื่อเจ็บปวด นกยักษ์ก็รีบทะยานขึ้นฟ้า มองจิ้งจอกหลายตัวด้วยสีหน้าหวาดกลัว
แต่มันกลับไม่ได้บินหนี เพียงส่งเสียงร้องขึ้นฟ้าหลายครั้ง
เห็นได้ชัดว่ามันกำลังเรียกพวกพ้อง ไม่สิ ต้องบอกว่าเรียกฝูงนกต่างหาก!
ตอนนั้นเอง ร่างกลุ่มหนึ่งก็วิ่งตรงมาจากที่ไกล ๆ
คราวนี้เป็นสัตว์วานร และที่ทำให้หยางปินประหลาดใจก็คือ แม้แต่หัวหน้าฝูงสัตว์วานรก็มาด้วย นอกจากหัวหน้าฝูง ยังมีสัตว์วานรขั้นสิบอีกหกตัว และสัตว์วานรขั้นเก้าอีกเป็นฝูง!
เมื่อเห็นสัตว์วานรกลุ่มนี้ จิ้งจอกหลายตัวก็เกร็งไปทั้งร่าง แววตาเผยความเคร่งเครียด
หัวหน้าฝูงสัตว์วานรมองสถานการณ์ตรงหน้า จากนั้นคำรามใส่จิ้งจอกหลายตัว คล้ายบอกให้พวกมันรีบไป
