จงหย่วนเซินสวมเกราะดินคลุมทั่วร่าง ยืนขวางอยู่ตรงหน้าทั้งสองคน
“ฉันรับมือเอง พวกนายฆ่าพวกมัน!”
“ได้!”
ไม่นาน ทั้งสามก็กลับเข้าสู่สนามรบอีกครั้ง
ตอนนี้พวกเขาถึงเข้าใจว่าทำไมลูกพี่ถึงกำชับไม่ให้แยกกัน
ถ้าพวกเขาสามคนแยกกันในสถานการณ์แบบนี้ คงตกอยู่ในอันตรายแน่
บนดาดฟ้า เฉินห่าวล็อกเป้าพลแม่นปืนที่ยิงมาได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นอีกฝ่ายอยู่ตรงหน้าต่างของตึกฝั่งตรงข้าม เขาก็ยกปืนสไนเปอร์อีกกระบอกขึ้นเล็งใส่ทันที
เป้าที่เคลื่อนที่ยิงยาก แต่ถ้าเป็นเป้านิ่ง เฉินห่าวก็พอจะลองดูได้
อีกทั้งระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายก็ไม่มาก เมื่อมองผ่านกล้องเล็ง ทุกอย่างยิ่งชัดเจนแจ่มแจ้ง
เล็งแล้วยิง!
“ปัง...”
เสียงปืนดังขึ้นอีกนัด พลแม่นปืนที่กำลังเล็งจ้าวคุนกับพวกอยู่เบื้องล่างถูกยิงเข้าหัวทันที
บาร์เร็ตต์ที่ใช้กระสุนเจาะเกราะมีอานุภาพร้ายแรง กระสุนระเบิดศีรษะของเขาจนแหลกละเอียด
“เยส! ยิงเข้าหัว!”
เฉินห่าวเอ่ยอย่างดีใจ “ดูท่าฉันก็มีแววเป็นพลซุ่มยิงเหมือนกันนะ”
แต่ไม่นานเขาก็ยิ้มไม่ออก
เหมือนเขาจะยังขึ้นลำกล้องไม่เป็น...
โชคดีที่ถึงจะไม่เคยเล่นปืนสไนเปอร์ แต่ก็เคยเห็นในโทรทัศน์ เขาลองคลำหาวิธีอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็พอเข้าใจแล้ว
เสียงปืนนี้ทำให้พลแม่นปืนคนอื่น ๆ เดือดดาลอีกครั้ง
“ใครแม่งยิงมั่ววะ!”
พวกเขาอยู่กันคนละตึก จึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และไม่รู้ด้วยว่าพวกเดียวกันหายไปสามคนแล้ว
