เมื่อมีประสบการณ์จากครั้งก่อน การหลอมศพคืนชีพครั้งนี้จึงราบรื่นกว่าเดิมมาก
หยางปินใช้เวลาหนึ่งวัน หลอมสาวเผ่าปีกคนนี้ให้กลายเป็นศพคืนชีพได้สำเร็จ แล้วตั้งชื่อให้นางว่าเสี่ยวอวี่
ตอนนี้เสี่ยวอวี่ไม่มีสีหน้าเย่อหยิ่งเหมือนก่อนอีกแล้ว แทนที่ด้วยสีหน้าเหม่อลอยไม่ต่างจากอาต๋าย
เดิมทีเสี่ยวอวี่แข็งแกร่งกว่าอาถู่ไม่น้อย นางน่าจะติดอยู่ที่จุดสูงสุดของขั้น 29 มานานแล้ว และใกล้จะถึงขั้นเทียนจีเต็มที
หลังถูกหลอมเป็นศพคืนชีพ พลังของนางก็ไม่ด้อยไปกว่าขั้นเทียนจีแล้ว สิ่งที่อาจยังขาดอยู่คงเป็นวิธีการต่อสู้ของขั้นเทียนจี
แต่ศพคืนชีพไม่กลัวเจ็บ แถมร่างกายยังแข็งแกร่ง หากสู้กันขึ้นมาจริง ๆ ก็ยังไม่แน่ว่าใครจะแพ้ใครจะชนะ
หยางปินบีบคลำเสี่ยวอวี่ทั่วทั้งร่าง ก่อนพยักหน้าอย่างพอใจ
“อืม สัมผัสดีใช้ได้”
หลังเก็บศพคืนชีพทั้งสองเข้าแหวนมิติ หยางปินก็เดินออกจากห้องใต้ดิน
ตอนนั้นเฉินห่าวกับคนอื่น ๆ รออยู่ด้านนอกแล้ว
“หัวหน้า เป็นยังไงบ้าง สำเร็จไหม”
“แน่นอน” หยางปินยิ้ม
“หัวหน้า ปล่อยออกมาให้ผมลองบีบดูหน่อยสิ ผมอยากรู้ว่าศพคืนชีพต่างจากคนปกติตรงไหน” ไอ้ดำถูมือพลางมองอย่างคาดหวัง
“ฝันไปเถอะ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่านายกำลังคิดอะไรอยู่!” หยางปินปฏิเสธอย่างหนักแน่น
ทุกคนเดินทางไปยังที่ทำงานของฟางซือเจี๋ย
ฟางซือเจี๋ยกำลังวาดอะไรบางอย่างลงบนกระดาษ พอเห็นหยางปินกับพวกเดินเข้ามา เขาจึงวางมือจากงาน
