“ต้องยอมรับเลย ซือเจี๋ย นายอ่านใจคนเก่งกว่าฉันมาก มีนายอยู่ที่ฐานที่มั่นแล้ว จะกลัวอะไรว่าเราจะไม่แข็งแกร่ง!” หยางปินเอ่ยชม
“หัวหน้าอย่ามาล้อผมเลย แค่คุณขี้เกียจจัดการต่างหาก ถ้าคุณลงมือจริง ๆ ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าผมหรอก”
“พอเถอะ ไม่คุยเรื่องนี้แล้ว คิดได้หรือยัง ถ้ารวมสองฐานที่มั่นเข้าด้วยกัน จะใช้ฐานของเราตอนนี้ หรือที่นี่?” หยางปินถาม
“ไม่เอาทั้งสองที่ ผมคิดจะสร้างฐานใหญ่ขึ้นมาใหม่!” แววตาของฟางซือเจี๋ยเผยความมุ่งมั่น
“สร้างใหม่ยากกว่าของที่มีอยู่แล้วเยอะนะ” หยางปินพูดอย่างกังวล
“จริง แต่ถ้าคิดถึงระยะยาว สร้างใหม่ดีที่สุด”
“ที่นี่ก็พอใช้ได้ แต่ไม่มีพื้นที่เพาะปลูก ต่อให้ทุบแผ่นปูนแล้วฝืนปลูกพืช ผลผลิตก็เทียบกับที่ดินจริง ๆ ไม่ได้”
“ส่วนฝั่งนั้นมีที่ดิน แต่พื้นที่ยังเล็กเกินไป เป็นข้อจำกัดต่อการพัฒนา”
“เพราะงั้นผมจะรวบรวมตัวเมืองกับพื้นที่เพาะปลูกรอบ ๆ ทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน แล้วสร้างฐานขนาดมหึมา”
“ตอนที่พวกเรามา ผมเห็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง ผมอยากรวมทั้งโรงไฟฟ้ากับอ่างเก็บน้ำเข้าไว้ด้วยกันเลย มีทั้งน้ำ ปลา ไฟฟ้า และที่นา แถมยังมีทรัพยากรในตัวเมืองอีก แบบนี้เราก็พัฒนาได้โดยไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว” ฟางซือเจี๋ยพูดด้วยแววตาตื่นเต้น
“งานนี้ไม่เล็กเลยนะ แน่ใจหรือว่าจะทำแบบนี้?” หยางปินถาม
“ครับ ถ้าคิดถึงการพัฒนาในระยะยาว สร้างแบบนี้ดีที่สุด อีกอย่างก็ไม่จำเป็นต้องสร้างให้เสร็จในคราวเดียว ค่อย ๆ ทำไปก็ได้”
