ขณะที่ต้าหนิวยังลังเลว่าจะสู้ต่อดีไหม อาต๋ายก็คลานออกมาจากกองหินอีกครั้ง แล้วเดินมาหยุดตรงหน้าหยางปิน
เมื่อเห็นว่าอาต๋ายยังคงไร้รอยขีดข่วน มุมปากของต้าหนิวก็กระตุกขึ้นมา
ตอนนั้นเอง หยางปินก็พูดขึ้นกะทันหันว่า “อาต๋าย ถ้าเดี๋ยวเจ้าวัวแก่นั่นยังอยากสู้ ก็อัดจมูกมันไปเลย”
“เอานี่ไป ใช้ไอ้นี่ทุบมันให้เต็มแรง!” พูดจบหยางปินก็หยิบกระบองที่ทำจากวัสดุพิเศษออกมาจากแหวนมิติ แล้วยื่นให้อาต๋าย
ที่ผ่านมา ศัตรูที่อาต๋ายเจอส่วนใหญ่จัดการได้ด้วยหมัด แต่คราวนี้ไม่เหมือนกัน วัวแก่ตัวนี้แข็งแกร่งเกินไป ต้องหาอาวุธให้อาต๋ายสักชิ้น
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ดวงตาของต้าหนิวก็เบิกกว้าง คนคนนี้จะไร้ยางอายขนาดนี้ได้ยังไง
แต่ก็ต้องยอมรับว่า หยางปินทำเอาต้าหนิวตกใจจริง ๆ
ร่างกายที่ไม่มีวันตายของอาต๋ายทำให้มันทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว เดิมทีการโจมตีของอีกฝ่ายก็ทำอะไรมันไม่ได้ ต่อให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นอีกหน่อยก็ไม่เห็นเป็นไร แค่ไม่ต้องสนใจก็พอ
แต่ถ้าอีกฝ่ายจ้องเล่นงานจมูกที่บาดเจ็บของมัน แบบนั้นก็ทำเป็นไม่สนไม่ได้แล้ว
เมื่อเห็นคนสองคนจ้องจมูกของมันเขม็ง ต้าหนิวก็ทั้งโมโหทั้งจนปัญญา
ไอ้หมอนี่เป็นปีศาจหรือไง?
ท้ายที่สุด ต้าหนิวคำรามใส่หยางปินเสียงหนึ่ง ราวกับกำลังเตือนอะไรบางอย่าง จากนั้นก็หันหลังวิ่งเข้าไปในป่าดงดิบอันหนาทึบของเสินหนงเจี้ยทันที
เมื่อมันวิ่งเข้าไป สัตว์ประหลาดตัวอื่น ๆ ก็พากันวิ่งตามเข้าไปด้วย
เห็นภาพนั้นแล้ว หยางปินก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ดีที่วัวตัวนี้ขี้ขลาดยอมถอยไป ไม่อย่างนั้นถ้าสู้กันต่อ เขาคงแย่แน่