เผยเสวียนอันเป็นองค์ชายห้า จึงเคยพบคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์มามากมาย
ด้วยชื่อเสียงอันอ่อนโยนดุจหยก ทั้งยังปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างอ่อนโยนมีไมตรีอยู่เสมอ เขาจึงเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนมาโดยตลอด
เมื่อคุณหนูทั้งหลายอยู่ต่อหน้าเขา โดยมากก็มีท่าทีอยู่เพียงสองแบบ
ไม่ก็แววตาหวานซึ้ง แก้มแดงระเรื่อด้วยความยินดี
ไม่ก็วางตัวเรียบร้อยมีมารยาท แสดงความเคารพอย่างนอบน้อม
แต่สตรีเช่นเจียงหมิงถัง เขาเพิ่งเคยพบเป็นครั้งแรก
เมื่อครู่ยังยิ้มแย้มหวานหยด จ้องเขาไม่วางตา พริบตาถัดมากลับเย็นชาราวน้ำแข็ง ทำราวกับมองไม่เห็นเขา
นางเปลี่ยนสีหน้าเร็วเสียจนเขาไม่เข้าใจเลยว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นกันแน่
ต่อให้องค์รัชทายาทเสด็จมา ก็ไม่เห็นต้องทำถึงเพียงนี้กระมัง?
เผยเสวียนอันเริ่มสงสัยในชีวิตตนเอง
ไม่ใช่แค่เขา แม้แต่หยวนเป่าก็ยังอดอุทานไม่ได้ “ว้าว เจ้าของร่าง เปลี่ยนสีหน้าเร็วเกินไปแล้วกระมัง”
เจียงหมิงถังเร่งฝีเท้ามุ่งหน้าไปหาหมื่นล้าน พลางตอบมันไปด้วย
“ถ้าเธอบอกตั้งแต่แรกว่าเขาไม่มีค่า ฉันก็ไม่ต้องเปลี่ยนสีหน้าแล้ว”
หยวนเป่าพูดเสียงอ่อย “ฉันนึกว่าเจ้าของร่างจำได้เสียอีกว่าเขาไม่มีค่า”
อย่างไรเสีย ตอนนั้นเจ้าของร่างก็อ่านรายชื่อเป้าหมายที่ต้องพิชิตอย่างละเอียดแล้ว
เจียงหมิงถังคิดว่าเงินที่หาได้มากเกินไป ทำให้คนลืมเรื่องสำคัญง่ายดาย
แต่นางก็สงสัยเช่นกัน “เธอไม่ได้บอกหรือว่า มูลค่าของเป้าหมายที่ต้องพิชิตขึ้นอยู่กับอิทธิพลที่มีต่อเนื้อเรื่องเดิม? แล้วทำไมเผยเสวียนอันที่เป็นพระเอกในเรื่องต้นฉบับถึงไม่มีค่าแม้แต่เหรียญเดียวล่ะ?”
นี่มันสมเหตุสมผลตรงไหน?
หยวนเป่าอธิบายว่า “เป็นเช่นนี้ เจ้าของร่าง ภารกิจของเราไม่ใช่แค่พิชิตใจคน แต่ยังเป็นภารกิจพลิกชะตาด้วย ในเมื่อเธอเป็นนางร้ายที่ต้องพลิกชะตาเหนือเหล่าตัวเอก แน่นอนว่าพระเอกนางเอกย่อมรวมอยู่ในนั้นด้วย”
ดังนั้นเจียงอวิ๋นฮุ่ยจึงไม่ใช่เป้าหมายที่ต้องพิชิต
เผยเสวียนอันยิ่งไม่ใช่เข้าไปใหญ่
ตัวประกอบบ้านไหนพลิกชะตาแล้วเลือกพลิกแค่ฝ่ายเดียวกัน?
เจียงหมิงถังเข้าใจแล้ว
ที่แท้เผยเสวียนอันไม่เพียงเป็นผู้ชายราคาถูก ยังเป็นฝ่ายตรงข้ามกับนางอีกด้วย
ไม่สิ เขาไม่เข้าข่ายเป็นผู้ชายราคาถูกด้วยซ้ำ
