เมื่อสบเข้ากับแววตาคาดหวังของเจียงหมิงถัง เผยจิ่งเหิงก็ส่ายหน้าอย่างช้า ๆ “เรื่องนี้สำคัญยิ่ง ข้าไม่อาจใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตน”
จำนวนสตรีที่รับคัดเลือกเป็นขุนนางหญิงในแต่ละปี ล้วนกำหนดไว้แน่นอน
หากเขาขอโควตานี้ให้นาง ก็ต้องไปวิ่งเต้นทั้งกรมพิธีการ ฝ่ายใน กระทั่งไทเฮา
เช่นนี้นางย่อมได้รับเลือก และผู้สมัครคนอื่นก็จะถูกคัดออกไปหนึ่งคน
เผยจิ่งเหิงยอมรับว่า บางคราวเขาก็ลำเอียงเข้าข้างเจียงหมิงถังจริง ๆ
แต่เรื่องนี้ไม่เหมาะสม
หากนางตั้งใจเข้ารับการคัดเลือกเป็นสตรีถวายงานเพื่อเขา เขาย่อมตอบตกลงโดยไม่ลังเล จากนั้นไปกราบทูลไทเฮาให้ทรงทราบทุกอย่าง แล้วแต่งตั้งนางเป็นพระชายาเอก
เพราะสตรีที่เข้ารับการคัดเลือกกับขุนนางหญิงนั้นแตกต่างกัน
อย่างแรกขึ้นอยู่กับพระประสงค์ของผู้มีอำนาจเท่านั้น
ส่วนอย่างหลังเกี่ยวพันกับระบบขุนนางฝ่ายใน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก
เดิมทีเขาคิดเช่นนี้ ทว่าเมื่อเห็นแววผิดหวังในดวงตาของนาง เผยจิ่งเหิงก็อดใจอ่อนไม่ได้
“อย่างไรก็ตาม หากคราวนี้ฝ่ายในรับขุนนางหญิงได้ไม่ครบจำนวนจริง ๆ ข้าจะกราบทูลแนะนำเจ้าแก่ไทเฮา ส่วนจะทำให้ไทเฮาพอพระทัยได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับตัวเจ้าเอง”
ดวงตาเจียงหมิงถังเป็นประกาย “เพียงเท่านี้ก็พอแล้ว ขอบพระทัยองค์รัชทายาท”
เผยจิ่งเหิงรับคำ “กลับตำหนักไท่เหอกันเถิด”
“เพคะ”
เจียงหมิงถังเดินตามหลังเขา มุ่งหน้าไปยังตำหนักไท่เหอพร้อมกัน
หยวนเป่าถามนางอย่างใคร่รู้ “โฮสต์ จะไปเป็นขุนนางหญิงจริง ๆ หรือ?”
หากเป็นขุนนางหญิง ขอบเขตที่ไปมาได้ก็จำกัดอยู่เพียงในวังหลวง
แม้จะได้อยู่ใกล้เผยจิ่งเหิงยิ่งขึ้น แล้วคนอื่น ๆ จะทำอย่างไรเล่า?
“ฉันแค่ยั่วโมโหเขาเท่านั้น ไม่ได้อยากเป็นขุนนางหญิงจริง ๆ สักหน่อย”
เจียงหมิงถังคิดได้กระจ่าง “ไม่เห็นหรือว่าตอนแรกที่ฉันบอกว่าจะเข้ารับการคัดเลือก เขาดีใจแค่ไหน? คงคิดว่าฉันอยากแต่งกับเขาละมั้ง”
พอจู่ ๆ นางเปลี่ยนไปพูดเรื่องขุนนางหญิงในสถานการณ์เช่นนี้ เผยจิ่งเหิงย่อมขุ่นเคืองที่นางไม่เข้าใจความรู้สึก
ผลที่ต้องการก็คือเช่นนี้แหละ
