ถ้อยคำของเผยจิ่งเหิงทำให้ฮ่องเต้ชะงักงันอยู่กับที่
ครั้นได้สติ น้ำเสียงของเขาก็เจือความเย็นชาอยู่บ้าง “เจ้าพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?”
เผยจิ่งเหิงคล้ายมิได้สังเกตเลยว่าน้ำเสียงของฮ่องเต้เปลี่ยนไป
“ลูกเพียงคิดว่า ไม่ว่าจะในฐานะบุตรของพระองค์ หรือในฐานะขุนนางของพระองค์ ลูกก็ไม่ควรปิดบังพระองค์ จึงกราบทูลตามความจริงพ่ะย่ะค่ะ”
เขาสบตากษัตริย์บนบัลลังก์อย่างสงบนิ่ง “ลูกมีใจให้เจียงหมิงถังพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ขมวดคิ้วแน่น
เขารู้ดีว่าองค์รัชทายาทชอบเจียงหมิงถัง
หากเป็นก่อนหน้านี้ องค์รัชทายาทสารภาพกับเขา เขาคงยินดีแทน
ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นพระโอรสองค์โตที่ประสูติจากฮองเฮา เขาย่อมหวังให้อีกฝ่ายได้พบสตรีที่ถูกใจมาอยู่เคียงข้าง มิใช่เอาแต่หมกมุ่นกับราชกิจตลอดวัน
ทว่าหลังได้ฟังฮองเฮาตรัสว่าองค์รัชทายาทต้องการให้เจียงหมิงถังเป็นพระชายาเอก พระทัยของฮ่องเต้ก็เปลี่ยนไป
เขาไม่มีวันยอมให้องค์รัชทายาทนำแผ่นดินและราชบัลลังก์มาล้อเล่น
เมื่อนึกถึงเจียงหมิงถังอีกครั้ง คิ้วของฮ่องเต้ก็ยิ่งขมวดแน่น
ผู้คนที่สตรีผู้นี้พัวพันด้วยมีมากเกินไปจริง ๆ
ตระกูลฉิน ตระกูลฉี เสี่ยวจวิ้นอ๋อง กระทั่งองค์รัชทายาทก็ยังตกหลุมรักนาง
ฮ่องเต้คิดไม่ตก
บุตรหลานเหล่านี้ล้วนเติบโตมาท่ามกลางความมั่งคั่ง แล้วเหตุใดจึงพร้อมใจกันชอบนางขึ้นมาได้?
อ้อ ยังมีราชครูสองคนที่แย่งกันเป็นอาจารย์ของนางอีกด้วย
เจียงหมิงถังมีเสน่ห์อันใดกันแน่?
หรือว่านางมีเล่ห์เหลี่ยมสูงส่ง ปฏิเสธการแต่งงานเพราะไม่เห็นตระกูลกงโหวทั้งสามอยู่ในสายตา แล้วหันมายั่วยวนองค์รัชทายาทแทน?
เมื่อนึกถึงตรงนี้ พระทัยของฮ่องเต้ก็หนักอึ้งขึ้นเล็กน้อย
เขามองเผยจิ่งเหิง “ที่เจ้ามาบอกเราเรื่องนี้ ย่อมต้องการให้เราพระราชทานสมรสแก่เจ้าและเจียงหมิงถังหรือ?”
ยามกล่าวเช่นนี้ เขามีโทสะอยู่บ้าง
เด็กเหลือขอ ตำแหน่งของตนยังนั่งไม่มั่นคง กลับคิดหาทางมอบสถานะให้สตรีที่ตนชอบเสียแล้ว
