ฮ่องเต้เสด็จมาถึง ตัดบทคำตอบของเจียงหมิงถังเสียก่อน
เดิมทีหลังว่าราชการเสร็จ ฮ่องเต้ทรงว่างจนเบื่อหน่าย จึงเสด็จมาดูการเรียนของเผยซิงเจ๋อ
หลังทรงมีพระบรมราชานุญาตให้ละเว้นพิธีคำนับแล้ว พระองค์ก็อดถามด้วยความฉงนไม่ได้ว่า “จิ่งเหิง? เหตุใดเจ้าจึงอยู่ที่นี่?”
เผยจิ่งเหิงทูลอย่างสงบนิ่งว่า “ลูกเพียงมาไต่ถามว่าเสี่ยวชีเรียนหนังสือเป็นอย่างไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ”
ใครจะคิดว่าชั่วพริบตาถัดมา เผยซิงเจ๋อจะเอ่ยถามอย่างสงสัยว่า “เอ๊ะ เสด็จพี่มิได้ตรัสว่าจะมาให้พี่หญิงเจียงชี้แนะเรื่องหมากล้อมหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
เผยจิ่งเหิงเหลือบมองน้องชาย ก่อนตรัสเสียงเรียบว่า “ทั้งสองเรื่อง”
“อ้อ”
ฮ่องเต้ทอดพระเนตรองค์รัชทายาท แล้วหันไปมองเจียงหมิงถังอีกครา ก่อนจะแย้มพระสรวล
ก่อนหน้านี้ฮองเฮาเคยทูลพระองค์ว่า จิ่งเหิงมีใจให้บุตรีของโหวเวยหย่วน ตอนนั้นพระองค์ยังไม่เชื่ออยู่บ้าง
ทว่าดูจากยามนี้แล้ว ดูท่าจะเป็นเช่นนั้นจริง
พระองค์จงใจตรัสถามองค์รัชทายาทว่า “กระดานหมากใดกัน ทำให้เจ้าต้องใส่ใจถึงเพียงนี้ ทั้งยังต้องไปขอคำชี้แนะจากเจียงหมิงถัง?”
เผยจิ่งเหิงยังคงสีหน้าเรียบเฉย “ก่อนหน้านี้ลูกเคยประลองหมากกับจางเซียนหมากล้อม พลาดไปเพียงกระบวนเดียวจึงพ่ายให้เขา ในใจยังเสียดายอยู่ไม่น้อย จึงไปขอคำชี้แนะจากคุณหนูเจียง เผื่อวันหน้าจะมีโอกาสเอาชนะเขาได้พ่ะย่ะค่ะ”
ถ้อยคำของเขามีเหตุมีผล ฮ่องเต้กลับไม่ทรงเชื่อแม้แต่คำเดียว
จางเซียนหมากล้อมออกเดินทางท่องยุทธภพไปแล้ว ไม่ได้อยู่ในเมืองหลวงด้วยซ้ำ
เคยมีการประลองหมากครั้งนั้นหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับคำพูดของจิ่งเหิงเพียงฝ่ายเดียว
