ยามมาพบเจียงหมิงถัง มู่กวนหลานจะถอดหน้ากากหนังมนุษย์ออก กลับคืนสู่รูปลักษณ์เดิมเสมอ
เพราะเขารู้ว่านางชอบเขาในรูปลักษณ์เช่นนี้
ใบหน้าชวนเย้ายวนของเขาในยามนี้ฉายแววปรารถนาอย่างเต็มเปี่ยม ทำให้หัวใจเจียงหมิงถังไหววูบ
ทว่านางยังอยากหยอกล้อเขา จึงย้อนถามว่า “หรือหากข้าไม่จูบเจ้า ข้าก็ไม่ใช่สตรีที่ดีที่สุด ดีเลิศที่สุด เป็นหนึ่งไม่มีสองอย่างนั้นหรือ?”
“ย่อมไม่ใช่เช่นนั้น”
มู่กวนหลานโต้กลับโดยไม่ทันคิด ทว่าก็พลันตระหนักว่าคำพูดของตนชวนให้เข้าใจผิด “ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น ข้าหมายถึง...ใช่ก็ใช่ ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ โธ่...”
เขาขมวดคิ้ว นิ่งเงียบไป
คนที่ปกติพูดเก่งปราดเปรียว ไม่เคยคิดหน้าคิดหลังยามเอ่ยวาจา บัดนี้กลับกำลังใคร่ครวญว่าจะพูดอย่างไรจึงจะทำให้นางพอใจ
เห็นเขากลัดกลุ้มอยู่ไม่น้อย เจียงหมิงถังก็ยื่นมือไปโอบรอบคอเขา
เขาชะงัก แล้วได้ยินนางเอ่ยเสียงหวานว่า “มู่กวนหลาน เจ้าไม่ต้องคิดหาคำอธิบายแล้ว”
“เพื่อจะได้เป็นสตรีที่ดีที่สุด ดีเลิศที่สุด เป็นหนึ่งไม่มีสองในใจเจ้า คุณหนูผู้นี้ตัดสินใจแล้วว่าจะจูบเจ้าสักครั้ง”
ดวงตานางพราวระยับด้วยรอยยิ้ม “หลับตาสิ”
ความยินดีท่วมท้นหัวใจ มู่กวนหลานจึงหลับตาตามคำว่าง่าย
ท่ามกลางความคาดหวังอันตื่นเต้นของเขา ริมฝีปากนุ่มละมุนก็ประทับลงมา
เดิมทีเขาคิดว่านางเพียงจะแตะจูบแผ่วเบาดุจแมลงปอแตะผิวน้ำ แล้วผละออกไป มู่กวนหลานจึงไม่ขยับ เพียงนั่งนิ่งอย่างว่าง่าย
ทว่าเมื่อรู้สึกว่านางกลับดูดกลืนริมฝีปากล่างของเขา ทั้งยังรุกล้ำเข้ามา ร่างกายของเขาก็เกร็งขึ้นทันใด แววตาลึกล้ำลง มือโอบเอวนางไว้โดยไม่รู้ตัว ก่อนเริ่มตอบรับความเร่าร้อนที่ได้มาอย่างยากเย็น
บรรยากาศรอบกายเขาเปลี่ยนไปจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง แผ่กลิ่นอายดุดันและรุกรานอย่างรุนแรง
