แสงจันทร์สีเงินยวงสาดลงบนลานตำหนักรับรอง
ราตรีล่วงลึก ขันทีและนางกำนัลเตรียมน้ำมาให้อาบตั้งนานแล้ว
ทว่านางเอาแต่นอนเกียจคร้านอยู่บนเตียง ไม่ยอมขยับเขยื้อน จนล่วงเลยมาถึงยามนี้
กว่าจะลุกจากเตียงได้ นางก็กำลังจะถอดอาภรณ์ ทันใดนั้นเสียงหยวนเป่าก็ดังเตือนขึ้นว่า “เจ้าของระบบ มู่กวนหลานมาแล้ว”
มือของเจียงหมิงถังชะงัก
หลังสั่งให้นางกำนัลวางน้ำร้อนที่เพิ่งต้มเสร็จลง นางก็กล่าวว่า “ข้าจัดการเอง พวกเจ้าก็เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ไปพักผ่อนแต่เนิ่น ๆ เถิด คืนนี้ไม่ต้องเฝ้าเวร”
ระหว่างพูด นางยังเดินไปที่กล่องเครื่องประดับ หยิบปิ่นทองสองอันมอบให้พวกนางด้วย
นางกำนัลทั้งสองยินดีเป็นล้นพ้น กล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนออกจากห้อง ต่างคิดว่าคุณหนูช่างงดงามและมีเมตตาจริง ๆ มิน่าเล่าเหล่าคุณชายตระกูลสูงศักดิ์ถึงได้หลงใหลนางกันมากมาย
เมื่อทุกคนออกไปแล้ว เจียงหมิงถังก็เดินไปยืนข้างหน้าต่าง
ไม่นานนัก เสียงเคลื่อนไหวแผ่วเบาก็ดังมาจากใต้หน้าต่างจริงดังคาด
คราวนี้มู่กวนหลานไม่ได้ไปรังแกต้นไม้เตี้ยต้นนั้นอีก
เขารออยู่ครู่หนึ่ง จนเห็นว่านางกำนัลในห้องเล็กที่กั้นอยู่ด้านในดับเทียนเข้านอนแล้ว จึงยื่นมือไปเคาะกรอบหน้าต่างเบา ๆ สองสามครั้ง
ระหว่างเคาะ เขายังเหลียวซ้ายแลขวา ดูกระวนกระวายอยู่ไม่น้อย
แต่เคาะไปหลายครั้งแล้ว คนด้านในก็ยังไม่ขยับ
มู่กวนหลานนึกฉงน
หรือเจียงหมิงถังเข้านอนไปแล้ว?
แต่เหตุใดแสงเทียนด้านในยังสว่างอยู่เล่า
หรือว่านางลืมดับเทียน?
หลังครุ่นคิดอยู่หลายตลบ มู่กวนหลานก็ล้วงมีดสั้นออกมาจากเอว
ช่างเถิด
มาแล้วทั้งที
ต่อให้เข้าไปไม่ได้ เขาก็ต้องได้เห็นหน้าเจียงหมิงถังสักครั้ง
