บรรยากาศในลานล่าสัตว์หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก
ผู้มีสายตาย่อมมองออกว่าเสี่ยวจวิ้นอ๋องกับเจียงหมิงถังคุ้นเคยกันไม่น้อย
ทุกคนต่างมองไปยังฉินเจ้าเย่ ยมทูตหน้าตายแห่งคุกหลวงโดยพร้อมเพรียง
พวกเขาใคร่รู้ว่าเขาจะมีปฏิกิริยาเช่นไร
ทว่ากลับเห็นฉินเจ้าเย่ถอยห่างจากฝูงชน เพียงมองเจียงหมิงถังด้วยความเป็นห่วง
ตรงกันข้าม ซื่อจื่อฉีผู้หยิ่งทะนงมาแต่ไหนแต่ไรกลับแทบถูกพวกเขาทำให้โมโหจนตาย
คนชอบเรื่องสนุกบางคนถึงกับลอบพนันกันอยู่นอกสนามว่า
หากอีกประเดี๋ยวพวกเขาลงไม้ลงมือกันขึ้นมา เสี่ยวจวิ้นอ๋องหรือซื่อจื่อฉีจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน
ทุกคนเห็นพ้องกันว่า น่าจะเป็นเสี่ยวจวิ้นอ๋องผู้กร้าวแกร่งไม่ยอมใคร
อย่างไรซื่อจื่อฉีก็ดูมีสง่าราศีของคุณชายตระกูลใหญ่ไม่น้อย
ยังมีบางคนแอบพึมพำว่า ยามบุรุษหึงหวงกันขึ้นมาก็น่ากลัวไม่แพ้กัน ไม่ด้อยไปกว่าการแก่งแย่งในเรือนหลังเลย
น่าเสียดายที่คุณหนูตระกูลเจียงไม่อาจแต่งบุรุษทั้งสามคนนี้ได้
หาไม่แล้วคงครึกครื้นยิ่งกว่านี้
องค์รัชทายาทซึ่งยืนมองอยู่ข้างสนามก็มีสีหน้าหม่นหมองเล็กน้อย
ทว่าไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติของเขา
ในสายตาทุกคน องค์รัชทายาททรงสง่างามผ่องใส ทั้งยังทรงคำนึงถึงส่วนรวมเป็นที่ตั้ง
จะเอาเรื่องรักใคร่ชายหญิงมาคาดเดาพระทัยของผู้ปกครองผู้เปี่ยมปรีชาสามารถได้อย่างไร
ท้ายที่สุด องค์ชายห้าเผยเสวียนอันก็รับคำขึ้นมา ทำลายความเงียบงัน
เขายิ้มกล่าวว่า “ในเมื่อเสี่ยวจวิ้นอ๋องยินยอมให้คุณหนูเจียงลงแข่งแทน เช่นนั้นก็ทำตามนี้เถิด”
ถึงอย่างไรเผยเสวียนอันก็เป็นองค์ชาย คำพูดของเขาย่อมมีน้ำหนักไม่น้อย
ไม่นานนัก เป้าธนูก็ถูกจัดวางขึ้นในสนามอีกครั้ง
บุตรหลานตระกูลใหญ่ทุกคนล้วนต้องร่ำเรียนหกศิลป์ของวิญญูชนตั้งแต่วัยเยาว์ ซึ่งในนั้นรวมถึงวิชายิงธนูด้วย
