ยามนี้ ลานล่าสัตว์กว้างใหญ่แม้จะกำหนดขอบเขตไว้คร่าว ๆ แล้ว ทว่าภายในยังไม่มีสัตว์ป่า มีเพียงเป้าหลายอันวางเรียงไว้ให้เหล่าเจ้านายทั้งหลายลองฝึกยิงธนู
นอกจากองค์รัชทายาทและคนอื่น ๆ แล้ว ภายในลานยังมีคุณชายและคุณหนูอีกหลายคนกำลังทดลองยิงธนู พากันออกมาคารวะองค์รัชทายาท
ในงานเลี้ยงในวังครั้งก่อน เจียงหมิงถังถูกจวนกั๋วกงสามแห่งมาสู่ขอพร้อมกัน แต่นางกลับปฏิเสธทั้งหมด ชื่อเสียงของนางจึงเลื่องลือไปทั่วในชั่วข้ามคืน
บัดนี้ ฉีเยี่ยนชิง ฉินเจ้าเย่ มู่กวนหลาน และนางกลับมาปรากฏตัวในลานล่าสัตว์พร้อมกัน ดึงดูดความสนใจจากผู้คนมากมายในทันที
พวกเขาต่างมองไปยังกลุ่มคนทั้งสี่โดยพร้อมเพรียง
เพราะองค์รัชทายาทประทับอยู่ด้วย จึงไม่กล้าจ้องมองอย่างโจ่งแจ้งนัก
แม้แต่เผยเสวียนอันก็ยังอดไม่ได้ที่จะมองปฏิกิริยาของเจียงหมิงถังด้วยความใคร่รู้
ทว่าสิ่งที่เห็นคือนางมีสีหน้าเรียบเฉยดุจผิวน้ำ ไร้ความหวั่นไหวแม้แต่น้อย
มีเพียงยามสบตากับฉีเจียอวี๋เท่านั้นที่นางเผยรอยยิ้ม ก่อนจะซ่อนมันไว้โดยเร็ว
ส่วนฉีเยี่ยนชิงนั้น นางไม่แม้แต่จะปรายตามอง
ฉีเยี่ยนชิงรู้สึกราวกับย้อนกลับไปยังวันนั้นอีกครั้ง วันที่เจียงหมิงถังตัดขาดกับเขาเพื่อเจียงสือซวี่
คล้ายมีมือไร้รูปร่างบีบหัวใจของเขาไว้ จนแทบหายใจไม่ออก
มู่กวนหลานเองก็เปลี่ยนสีหน้าไปในทันที
เพียงเห็นฉีเยี่ยนชิง ไหล่ของเขาก็ปวดตุบ ๆ ขึ้นมา
ไอ้สารเลวนั่น ลงมือกับเขารุนแรงถึงเพียงนี้!
สักวันหนึ่ง เขาจะเอาคืนให้สาสม!
ฉินเจ้าเย่ยังคงจับจ้องเจียงหมิงถังเช่นเดิม
สำหรับเขาแล้ว คนนอกไม่สำคัญ
หากไม่ใช่เพราะต้องการติดตามเจียงหมิงถัง เขาคงไม่มาที่นี่
เผยจิ่งเหิงสังเกตเห็นว่าหลังจากคารวะแล้ว ฉีเยี่ยนชิงก็เอาแต่จ้องเจียงหมิงถังโดยไม่ขยับไปไหน จึงขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ไม่ต้องมากพิธี แยกย้ายกันไปเถิด”
เมื่อเห็นฉีเยี่ยนชิงแทบรอไม่ไหวที่จะเข้าไปหาเจียงหมิงถัง ทั้งยังนึกถึงท่าทีของมู่กวนหลาน เผยจิ่งเหิงจึงเอ่ยเสียงเรียบว่า “เยี่ยนชิง เจ้าจงไปฝึกยิงธนูและขี่ม้ากับเรา”
ฉีเยี่ยนชิงรู้ว่าองค์รัชทายาทมีเรื่องต้องการหารือกับเขา จึงได้แต่ข่มความรู้สึก แล้วติดตามองค์รัชทายาทเข้าไปในลานล่าสัตว์
