เมื่อนึกถึงสภาพของพี่ชาย ฉีเจียอวี๋ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
ก่อนหน้านี้ นางเห็นพี่ชายมีอาการย่ำแย่อย่างยิ่ง จึงเสนอว่าจะไปเชิญหมิงถังมา
แต่เขากลับห้ามปรามอย่างหนัก
“เจียอวี๋ เจ้าไม่ต้องไป และห้ามไปด้วย”
“อาการป่วยของข้าไม่เกี่ยวข้องกับคนผู้นั้นแม้แต่น้อย”
“ถึงนางจะมา...แค่ก ๆ...ข้าก็ไม่พบ!”
เมื่อเห็นพี่ชายดื้อรั้นและซูบเซียว ไอจนแทบหมดสติ ฉีเจียอวี๋สุดท้ายก็ยังไปหาเจียงหมิงถัง
แต่เจียงหมิงถังปฏิเสธนาง
เหตุผลที่นางปฏิเสธนั้นเรียบง่ายยิ่ง
“ดังคำกล่าวว่า วาจาของวิญญูชนหนักแน่นดุจม้าสี่ตัวก็ยากจะไล่ตาม เมื่อซื่อจื่อฉีลั่นวาจาไว้แล้ว เพื่อรักษาความสง่างามของวิญญูชนให้เขา ข้าย่อมไปพบไม่ได้”
“ตัวข้าเองก็เป็นคนรักษาสัจจะ ในเมื่อให้คำสัตย์ไว้แล้ว ย่อมต้องรักษาคำพูด”
จากนั้นนางก็ยิ้มเล็กน้อย “อีกอย่าง เจ้าไม่ได้บอกหรือว่าซื่อจื่อป่วยหนักยิ่งนัก? เกรงว่าหากข้าไป อาการของเขาคงยิ่งทรุดหนัก”
“เพราะฉะนั้น ข้าไม่ไปดีกว่า จะได้ไม่เพิ่มความกลัดกลุ้มให้เขา”
“แต่เจ้าไม่ต้องกังวล เจียอวี๋”
เจียงหมิงถังจับมือนางไว้ “เรื่องระหว่างข้ากับซื่อจื่อจะไม่กระทบมิตรภาพระหว่างเรา ข้ายังคงเห็นเจ้าเป็นพี่น้องสนิทสนมเช่นเดิม”
เมื่อฉีเจียอวี๋ได้ฟังถ้อยคำเหล่านี้ ก็เดาได้ว่าพี่ชายกับหมิงถังเกิดความขัดแย้งใหญ่หลวง
นางไม่อยากบีบบังคับสหาย จึงไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องนี้อีก
หลังอยู่พูดคุยกับเจียงหมิงถังอีกครู่หนึ่ง นางก็กลับไป
ถึงอย่างไรฉีเจียอวี๋ก็ยังวางใจฉีเยี่ยนชิงไม่ลง หลังกลับถึงที่พักของตน ครั้นถึงเวลาที่พี่ชายกินยา นางจึงไปเยี่ยมเขาอีกครั้ง
ภายในห้องอันมืดสลัว ฉีเยี่ยนชิงเอนกายพิงเตียงอยู่
