เมื่อได้ยินฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวเช่นนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของเจียงหมิงถังยังคงเดิม
“ท่านย่า ท่านกำลังทำให้ข้าลำบากใจมิใช่หรือ? ข้าเป็นสตรี จะรู้ได้อย่างไรว่าพี่ชายชอบสตรีเช่นไร แล้วจะเลือกให้เขาได้อย่างไร?”
ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มกล่าว “เพียงให้เจ้าดูก่อนเท่านั้น เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ สุดท้ายย่อมต้องให้พี่ชายเจ้าเป็นผู้ตัดสินใจเอง”
การหาภรรยาให้เจียงสือซวี่มิใช่เรื่องเล็ก
ว่าที่ฮูหยินน้อยของจวนโหวจะต้องเป็นสตรีที่เพียบพร้อมทั้งคุณธรรมและรูปโฉม
นอกจากนี้ ฮูหยินผู้เฒ่ายังมีความคิดส่วนตัวอยู่บ้าง
นับแต่หลานสาวกลับมาบ้านหลังนี้ นางก็คอยปรนนิบัติอย่างเอาใจใส่ ทั้งยังทำหน้าที่กตัญญูอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
แท้จริงแล้วฮูหยินผู้เฒ่ามองออกว่า หลานสาวกำลังแสวงหาที่พึ่งพิงเช่นกัน แต่นางจริงใจต่อตนหรือไม่ ฮูหยินผู้เฒ่าย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ
เด็กคนนี้ช่างน่าสงสาร เติบโตอยู่ในดินแดนอวี้หนาน กว่าจะได้มีชีวิตสุขสบายก็ไม่ง่าย ทว่าบิดาไม่รัก มารดาไม่เอ็นดู
เพราะเหตุนี้ นางจึงยิ่งเข้าข้างหมิงถัง
ที่ฮูหยินผู้เฒ่าให้หมิงถังเป็นผู้เลือก ประการแรกเพราะเชื่อในสายตาและสติปัญญาของหลานสาว
ประการที่สอง นางรู้ว่าคุณชายใหญ่สกุลลู่อยู่ในตระกูลอย่างเสียเปรียบ
ภายหน้าเมื่อสะใภ้คนใหม่ของสายหลักแต่งเข้ามา หากหมิงถังชอบนาง ความสัมพันธ์ระหว่างพี่สะใภ้กับน้องสามีก็ย่อมกลมเกลียว
ครั้นหมิงถังออกเรือนไป นางก็จากโลกนี้แล้ว เมิ่งซื่อเองก็ต้องคืนอำนาจ
ถึงเวลานั้น สะใภ้คนใหม่ก็จะเป็นนายหญิงแห่งจวนโหว
หากนางสนิทสนมกับหมิงถัง ก็ยังช่วยค้ำจุนหลานสาวได้บ้าง มิให้นางต้องถูกรังแก
เจียงหมิงถังได้ยินดังนั้นก็ยื่นมือรับภาพวาดเหล่านั้นมาพิจารณา
ทุกครั้งที่ดูภาพหนึ่ง นางก็ไตร่ตรองอย่างจริงจังแล้วออกความเห็น
“ท่านย่า คุณหนูผู้นี้ดูงดงามทีเดียว เป็นบุตรสาวบ้านใดหรือ?”
“บุตรสาวของรองเจ้ากรมตรวจการหรือ? เช่นนั้นก็ช่างเถิด พี่ชายมีนิสัยเงียบขรึมอยู่แล้ว บุตรสาวตระกูลขุนนางตรวจการถูกผู้อาวุโสควบคุมมาตั้งแต่เล็ก คงเป็นคนเงียบขรึมไม่ต่างกัน ดูจากภาพแล้ว แววตากับคิ้วของนางยังดูเคร่งขรึมยิ่ง”
“ผู้นี้เป็นบุตรสาวบ้านใดหรือ? ดูไม่เลว ยิ้มแย้มงดงาม ดูท่าจะเป็นคนร่าเริง”
