เพียงประโยคเดียวก็ทำให้คนทั้งจวนโหวเวยหย่วนที่อิ่มหนำสำราญพร้อมใจกันลุกขึ้น รีบออกไปรับเสด็จ
ไม่ถึงชั่วอึดใจ ลานด้านหน้าก็มีผู้คนคุกเข่าอยู่เป็นกลุ่มใหญ่
โหวเวยหย่วนกับเจียงสือซวี่คุกเข่าอยู่แถวหน้า “กระหม่อมถวายบังคมองค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ”
“ลุกขึ้นเถิด”
ทุกคนจึงลุกขึ้น
โหวเวยหย่วนก้าวไปข้างหน้า “ไม่ทราบว่าองค์รัชทายาทเสด็จมา มีรับสั่งสิ่งใดหรือพ่ะย่ะค่ะ”
เผยจิ่งเหิงกวาดตามองผู้คนในจวนโหวเวยหย่วน สายตาหยุดอยู่ที่คนผู้หนึ่งชั่วครู่ ขณะที่กำลังจะเบนหนี กลับสบเข้ากับแววตาที่นางลอบมองเขาพอดี
คล้ายไม่คิดว่าจะถูกจับได้ นางสะดุ้ง รีบก้มหน้าทำท่าหดตัวเหมือนนกกระทา ทว่ายังไม่วายเอียงศีรษะเล็กน้อย แอบชำเลืองมองพี่ชายของตน
เผยจิ่งเหิงยกมุมปากขึ้นบางเบา
ดูท่าเมื่อเจียงสือซวี่กลับมา นางคงดีใจจริง ๆ ไม่เพียงแต่งกายฉูดฉาดขึ้น แม้แต่ท่าทางก็ร่าเริงกว่าเดิมไม่น้อย
คนอื่น ๆ ก้มศีรษะประสานมือ ไม่กล้าเสียมารยาท เมื่อไม่ได้รับคำตอบจากองค์รัชทายาท โหวเวยหย่วนก็เริ่มกระวนกระวายใจ
“โหวเวยหย่วนไม่ต้องกังวล เปิ่นกงเพียงกลับจากค่ายทหารเข้าวัง ผ่านจวนโหวพอดี นึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันที่เจียงชานเจี้ยงกลับบ้าน จึงแวะมาดูเท่านั้น”
ที่จริงแต่แรกเขาไม่ได้คิดจะมา เพียงนึกถึงดวงตาที่เอ่อคลอด้วยน้ำตาของใครบางคน ซึ่งร้องไห้จนตาบวมเหมือนผลท้อ แล้วก็คล้ายถูกสิ่งใดชักนำให้ก้าวเข้ามาโดยไม่รู้ตัว
โหวเวยหย่วนพลันโล่งใจ เจียงสือซวี่ก้าวไปข้างหน้า “ขอบพระทัยองค์รัชทายาทที่ทรงห่วงใย กระหม่อมรู้สึกละอายใจยิ่งพ่ะย่ะค่ะ”
“เจียงชานเจี้ยง รายงานของเจ้าเปิ่นกงอ่านหมดแล้ว ครานี้เจ้าปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงอันตรายแต่กลับทำสำเร็จอย่างงดงาม พรุ่งนี้ในการประชุมขุนนางยามเช้า เปิ่นกงจะกราบทูลขอความดีความชอบให้เจ้า”
“กระหม่อมขอบพระทัยองค์รัชทายาทที่ทรงส่งเสริมพ่ะย่ะค่ะ”
คนอื่น ๆ ในจวนโหวเวยหย่วนต่างยินดีเป็นอย่างยิ่ง คุณชายรองได้รับความโปรดปรานจากองค์รัชทายาท วันหน้าคงก้าวหน้าไปทีละขั้น อนาคตสดใสไร้ขีดจำกัด
เผยจิ่งเหิงไม่คิดจะรั้งอยู่นาน สนทนากับฮูหยินผู้เฒ่าไม่กี่คำก็เตรียมจากไป
