เจียงหมิงถังครุ่นคิดอย่างจริงจังอยู่ครู่หนึ่ง
“หากข้าเป็นประมุขเฒ่าสกุลเฟิง เมื่อรู้ข่าวนี้ ข้าจะสังหารหมอพเนจรผู้นั้นกับทุกคนที่รู้เรื่องทันที จากนั้นให้ฮูหยินแสร้งว่าตั้งครรภ์ พอถึงกำหนดคลอดก็สร้างเหตุไม่คาดฝันขึ้น แล้วสังหารฮูหยินเสีย”
ได้ยินเช่นนั้น เจียงสือซวี่ก็ประหลาดใจยิ่ง
เขากล่าวว่า “อย่าลืมสิว่าประมุขเฒ่าสกุลเฟิงรักฮูหยินมาก เขาอุตส่าห์ปิดบังเรื่องนี้ก็เพราะไม่อยากให้นางได้รับอันตราย แล้วจะลงมือสังหารนางได้อย่างไร?”
เมื่อเทียบกับความเด็ดขาดของเจียงหมิงถัง เขากลับมีน้ำใจมากกว่าอยู่บ้าง
“พี่ชาย ท่านเป็นคนถามข้าก่อนเองว่าหากข้าเป็นประมุขเฒ่าสกุลเฟิงจะทำเช่นไร ข้าไม่ได้รักฮูหยินเฟิงเสียหน่อย มีอะไรให้ลงมือไม่ได้เล่า”
เจียงหมิงถังเบ้ปาก จะจริงจังเกินไปก็หมดสนุกพอดี
“อีกอย่างหนึ่ง” นางกล่าวต่อ “ปกติพี่ชายเฉลียวฉลาดยิ่ง เหตุใดเรื่องรักใคร่ถึงทำให้ท่านตาพร่ามัวได้?”
คิ้วของเจียงสือซวี่ขยับเล็กน้อย “ขอฟังเหตุผลของเจ้าหน่อย”
“ข้าไม่คิดว่าประมุขเฒ่าสกุลเฟิงจะรักฮูหยินมากมายอะไร หากเขารักนางจริง เหตุใดสุดท้ายจึงเปิดเผยตัวตน? กล่าวให้ถึงที่สุด ฮูหยินเสียสติเพราะเขาต่างหาก”
เจียงหมิงถังวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล “ช่วงแรกที่เขาปิดบังความจริง ข้าคิดว่าประการแรกคือเพื่อควบคุมคนเก่าของตระกูลหง ประการที่สอง ตอนนั้นภายในสกุลเฟิงกำลังวุ่นวาย อำนาจของเขายังไม่มั่นคง หากเปิดเผยตัวตนก็จะกลายเป็นเป้าโจมตีของทุกฝ่าย”
“อีกอย่าง ภายหลังเขาสังหารคนในตระกูลเพราะฮูหยินตาย ข้าว่าดูคล้ายไม่อยากถูกผู้อื่นควบคุม แต่ก็ไม่สะดวกลงมือกับญาติใกล้ชิดโดยตรง จึงหาเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างมากกว่า”
เจียงสือซวี่ถามว่า “แล้วเรื่องรับบุตรของทาสเลี้ยงม้าบุตรบุญธรรมเล่า?”
“เรื่องนั้นยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ อาจเป็นเพราะทาสเลี้ยงม้าล่วงรู้ความลับบางอย่างของเขา หรือไม่ก็ช่วยเขาทำเรื่องบางอย่าง ไม่อย่างนั้นใครจะไม่ตั้งบุตรของตนเอง แล้วกลับตั้งบุตรของผู้อื่นกันเล่า”
อย่างไรเสีย นางคิดว่าต้องมีผลประโยชน์ให้ไขว่คว้าแน่ มองแต่เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ อย่างเดียวออกจะไร้เดียงสาเกินไป
