ได้ฟังถ้อยคำนี้ เจียงหมิงถังก็อดขบขันไม่ได้
หากเผยจิ่งเหิงถามนางว่ายังมีข้อเสนอแนะใดเกี่ยวกับการจัดการอุทกภัยหรือไม่ เช่นนั้นก็ยังพอเข้าใจได้
แต่จะเลือกผู้ตรวจการพิเศษผู้ใด เป็นเรื่องที่นางเข้าไปก้าวก่ายได้หรือ?
องค์รัชทายาทผู้สูงศักดิ์เลื่องชื่อด้านคุณธรรม ทั้งมิใช่คนไร้ความสามารถ จะไม่รู้ได้อย่างไรว่าควรส่งผู้ใดไปจัดการอุทกภัยจึงจะเหมาะสมที่สุด?
ดังนั้น เขากำลังหยั่งเชิงนางอยู่
ด้วยนิสัยของเผยจิ่งเหิง คาดว่าเขาคงกำหนดตัวคนไว้แล้วตั้งแต่แรก
เพียงแต่คนผู้นั้นบังเอิญเป็นอดีตคู่หมั้นของนาง
เขาจึงจงใจมาถามประโยคนี้
ก่อนหน้านี้เขาบอกว่าเมื่อนางคิดคำตอบได้แล้ว ให้ไปหาเขา
เพิ่งผ่านไปวันเดียว เผยจิ่งเหิงก็รอไม่ไหวเสียแล้ว
แม้เขาจะไม่ได้มาหาถึงที่ แต่ก็เตือนนางอย่างเงียบงันด้วยวิธีนี้ให้ไปตำหนักบูรพา
แต่ฉันไม่ไปหรอก
วันนี้องค์ชายเจ็ดหยุดเรียน เจียงหมิงถังจึงไม่ต้องเข้าวัง
แต่คำถามขององค์รัชทายาท นางย่อมต้องตอบ
นางจึงเขียนจดหมายฉบับหนึ่ง ให้คนส่งไป
ยามจดหมายของเจียงหมิงถังไปถึงตำหนักบูรพา ในท้องพระโรงทองมิได้มีเพียงองค์รัชทายาทผู้เดียว
หยางปิ่งจงกับลู่หวยชวนนั่งอยู่เบื้องล่าง เพิ่งหารือราชกิจร่วมกับองค์รัชทายาทเสร็จ
เมื่อเห็นขันทีผู้ดูแลเข้ามา เกรงว่าจะมีธุระสำคัญ ทั้งสองจึงเงียบเสียงลงทันที
หลังหลิวฝูนำจดหมายขึ้นถวาย เมื่อเห็นตราประทับของจวนโหวเวยหย่วน เผยจิ่งเหิงก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนถามว่า “คนไม่ได้มาหรือ?”
หลิวฝูกล่าวอย่างนอบน้อมว่า “พ่ะย่ะค่ะ มีเพียงจดหมายฉบับนี้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คิ้วของเขาก็ขยับเล็กน้อย
หรือว่านางคิดได้แล้ว แต่กระดากอายที่จะมาพบเขา จึงทำได้เพียงแจ้งผ่านจดหมาย?
เมื่อคิดเช่นนี้ มุมปากของเผยจิ่งเหิงก็ยกยิ้มบาง ๆ ก่อนเปิดจดหมายออก
ลายมือเรียบร้อย เห็นได้ว่ายามจรดพู่กันนางตั้งใจเพียงใด
“หม่อมฉันเจียงหมิงถังขอถวายคำตอบต่อองค์รัชทายาท เรื่องจัดการอุทกภัยเป็นเรื่องใหญ่ เกี่ยวพันถึงบ้านเมืองและความเป็นอยู่ของราษฎร ตำแหน่งผู้ตรวจการพิเศษให้ใต้เท้าลู่รับหน้าที่ เหมาะสมที่สุดแล้ว”
