ผอม
นั่นคือความประทับใจแรกของหานเสวียเทาเมื่อเห็นอีกฝ่าย แขนขาเรียวเล็กเหมือนกิ่งไม้ เสื้อผ้าหลวมโคร่ง แถมหัวโตตัวเล็ก ราวกับลิงน้อยตัวหนึ่ง
อีกฝ่ายก็เห็นเขาเช่นกัน ยิ้มกว้างทันที โบกมือสุดแรง
“เทาจื่อ! ลงมา ลงมา!”
หานเสวียเทายืนนิ่ง
หม่า ฮุย ฉายา “หม่าโหว” เพื่อนซี้คนเดียวของเขาในช่วงสามปีมัธยมปลาย
แม่ของหม่าโหวเปิดร้านเกี๊ยวหลังโรงเรียน เนื่องจากหานเสวียเทาเรียนเก่ง แม่ของหม่าโหวเลยชอบให้หม่าโหวคบกับเขาเป็นพิเศษ ทุกครั้งที่หานเสวียเทาแวะไป แม่ของหม่าโหวก็จะต้มเกี๊ยวให้กิน พร้อมไข่พะโล้หนึ่งฟอง ไม่เคยคิดเงิน
เมื่อมองดูร่างผอมราวกับกิ่งไม้นั้นจากระยะไกล ความรู้สึกคุ้นเคยที่ห่างหายไปนานก็พลุ่งขึ้นในใจของหานเสวียเทา หลังจากเกิดใหม่ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เจอหม่าโหวที่ยังมีชีวิตอยู่
“เทาจื่อ!” เสียงตะโกนมาอีกครั้ง ดูท่าทางร้อนรนจนกระทืบเท้า “หนวกหูหรือไง! ลงมา! เรื่องใหญ่แล้ว!”
หานเสวียเทาบอกพ่อแม่ แล้วหันหลังเดินลงตึก
เท้าเพิ่งจะแตะบันไดขั้นสุดท้าย มือข้างหนึ่งก็ยื่นมาจากด้านข้าง กำแขนเขาไว้แน่น
“เทาจื่อ!” หม่าโหวเอาหน้ารูปลิงมาประชิด มองซ้ายมองขวา กดเสียงต่ำ ทว่ายังกลั้นความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ “ได้ยินว่านายต่อยจางลู่จากห้องสอง?”
หานเสวียเทาชะงักฝีเท้า เอียงคอมองเขา “ใครบอกนาย?”
“ใครบอก?” น้ำเสียงหม่าโหวดังขึ้นทันที แล้วรีบเอามือปิดปาก ลากเขาออกไปนอกอาคาร “โอ๊ย คุณพระ! ลือกันทั่วแล้ว! ห้องหนึ่ง ห้องสอง ห้องสาม กระทั่งฝั่งห้องหกก็รู้กันหมดแล้ว!”
เขาเดินพลางออกท่าทาง “สรุปว่า นายเมาที่ร้านคาราโอเกะ ไปสารภาพรักกับจางลู่ห้องสอง แล้วจางลู่ไม่ตกลง พวกนายเจรจาแตกหัก นายเลยโกรธจนเสียสติ ลงมือเลย!”
หานเสวียเทากระตุกมุมปาก “ฉัน? สารภาพรักกับเธอ?”
“ก็ใช่ไง!” หม่าโหวยกนิ้วโป้งให้ หน้าเต็มไปด้วยความชื่นชม “เทาจื่อ นายนี่ไม่เบาเลยนะ! จางลู่คนนั้น ผลการเรียนก็งั้นๆ แต่หน้าตาดีใช้ได้ทีเดียว! พวกผู้ชายห้องสองอุตส่าห์ดูแลเธอราวกับสมบัติล้ำค่า เวลาคุยกันก็เสียงเบาๆ กลัวจะทำเธอตกใจ แต่นายเจ๋งจริง สุยมือเลย!”
เขาพูดไป พลางทำหน้าเสียดาย ตบต้นขาตัวเองฉาด “เฮ้อ! โทษแม่ฉันจริงๆ! เอาแต่จับให้สับหมูอยู่บ้าน สับทั้งบ่าย! ละครเด็ดขนาดนั้น ฉันกลับไม่ได้ดู! ว่าฉันขาดทุนไหมล่ะ?”
หานเสวียเทามองเขา ครู่หนึ่งก็ไม่รู้จะพูดอะไร
ไอหนาวที่เพิ่งพุ่งขึ้นในใจ ถูกคำพูดมั่วซั่วของเจ้าหมอนี่ ทำให้สลายหายไปในพริบตา
“จริงสิ” หม่าโหวขยับเข้ามาใกล้ กดเสียงต่ำอีกครั้ง “ฉันได้ยินมาว่า ผู้ชายห้องสองหลายคนประกาศจะมาหาเรื่องนาย นายระวังตัวด้วยนะ พวกนั้นปกติแต่งตัวดี แต่พอลงไม้ลงมือจริงๆ...”
หานเสวียเทาไม่รับเรื่องนี้หรอก จ้องหน้าเขาถาม “ก็แค่นี้น่ะ? ไม่มีเรื่องอื่นอีก?”
“แค่นี้ยังไม่พออีก?” หม่าโหวเบิกตากว้าง “เทาจื่อ ตอนนี้ชื่อเสียนายเน่าคละคลุ้งไปหมด โดยเฉพาะในหมู่สาวๆ!”
หานเสวียเทาเบะปาก
เรื่องชื่อเสียงอะไรนั่น เขาไม่เคยแคร์อยู่แล้ว พวกเด็กห้องสองสองสามคนนั้น เขาก็ไม่เห็นอยู่ในสายตา สิ่งที่เขาสนใจคือมีข่าวลือร้าย ๆ เกี่ยวกับตัวเองโผล่ออกมาหรือไม่ ถึงตัวเองจะทำลายแผนการในร้านคาราโอเกะได้ แต่พวกนั้นไม่มีทางยอมแพ้ง่าย ๆ
โจวเฉิง
ชื่อนี้ผุดขึ้นมาอีกครั้ง มีพ่อเป็นประธานศาล และแม่เป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยม
ถึงกับอยากแย่งโควตามหาวิทยาลัยของกูงั้นรึ?
ความโกรธพลุ่งขึ้นจากอก หานเสวียเทารู้สึกร้อนผ่าวในลำคอ
“เฮ้ เทาจื่อ?”
เสียงของหม่าโหวเรียกสติเขากลับมา
หานเสวียเทาเงยหน้าขึ้น พบว่าตัวเองถูกลากออกมาจากซอยแล้ว กำลังมุ่งหน้าไปถนนตงเจีย
“นายจะลากฉันไปไหน?”
หม่าโหวคว้าเขาไว้ไม่ปล่อย “มีคนอยากพบนายอยู่ตรงนั้น”
“ใคร?”
“ไปถึงก็รู้เอง”
...
หานเสวียเทาถูกหม่าโหวลากมุ่งหน้าไปถนนตงเจีย
เลี้ยวผ่านมุมถนน ตรงหน้าตู้แช่หน้าร้านซูเปอร์มาร์เก็ต มีเด็กสาวสามคนยืนอยู่
หม่าโหวหันมายักคิ้วให้เขา แล้วเดินยิ้มร่าเข้าไปหาสาวที่ยืนอยู่ตรงกลาง ก้มตัวโค้งคำนับพลางยิ้มแป้น “หัวหน้าห้อง คนฉันพามาให้แล้วครับ!”
หานเสวียเทาชะงักฝีเท้า หรี่ตามอง
แสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดเฉียง ในบรรดาสาวสามคนนั้น เขาจำคนที่ยืนตรงกลางในชุดกระโปรงขาวได้ทันทีที่เห็น
หลี่ม่าน
หัวหน้าห้องของห้องหนึ่งที่เขาอยู่ ผลการเรียนเป็นที่หนึ่งของระดับชั้น ทุกปีในพิธีเปิดเรียน เธอขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ แค่ยืนอยู่ตรงนั้น พวกผู้ชายด้านล่างก็เงียบกริบไปสามวินาที
หานเสวียเทาค่อยๆ เดินเข้าไป ความทรงจำในสมองนั้นค่อยๆ ชัดเจนขึ้นมาทีละน้อย ตอนเรียนมัธยมปลายเหมือนตัวเองก็เคยมีความรู้สึกดีๆ ให้เธออยู่บ้าง? แต่ก็หยุดอยู่แค่ระดับ “รู้สึกดี” นั่นแหละ ผู้หญิงอย่างหลี่ม่านเป็นประเภทที่หลายคนชอบ แต่มีน้อยคนนักที่จะกล้าจีบ
เขาเดินเข้าไปใกล้ เสียงซุบซิบของสาวๆ ก็ลอยมา
“เฮ้ มาแล้ว มาแล้ว!” ซุนหลิง สาวหน้ากลม จ้องมองเขา “ว่าแต่ เธอว่าหานเสวียเทาหน้าตาดีนะ? สามปีในมอปลายฉันไม่เคยสังเกตเลย!”
หลัวเตี่ยนเตี่ยน สาวหน้าเด็กที่อยู่ข้างๆ เบะปาก “ฉันสังเกตตั้งนานแล้ว! คล้ายๆ พระเอกในซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่อง...”
ซุนหลิงผลักเธอทีหนึ่ง “เธอมันติ่ง! ระวังเขาต่อยจางลู่เสร็จ จะหันมาตบเธออีกคนนะ!”
หลัวเตี่ยนเตี่ยนกลอกตา “ฉันจะไปติ่งอะไร? เขาจะมองก็ต้องมองหมานหมานสิ! จางลู่ห้องสองน่ะ ผลการเรียนยังสู้ฉันไม่ได้เลย คางคกเฒ่าอยากกินเนื้อหงส์ชัดๆ!”
“พูดอะไรเรื่อยเปื่อย!” หลี่ม่านดึงแขนเธอทีหนึ่ง คล้ายจะขัดใจ
คำพูดพวกนี้ลอดเข้าหู หานเสวียเทากระตุกมุมปากอีกครั้ง
เขาเดินไปหยุดยืนหน้าตู้แช่
สาวสามคนเงียบลงทันที หกตาจับจ้องมาที่เขาเป็นจุดเดียวกัน
หานเสวียเทาไม่ได้พูดอะไร
ซุนหลิงอดถามไม่ได้ “หานเสวียเทา ได้ยินว่านายไปสารภาพรักกับจางลู่?”
หานเสวียเทาตอบสั้นๆ สองคำ “ไม่มีเวลา”
“ไม่มีเวลา?” ซุนหลิงกะพริบตา หันไปหาหลี่ม่าน “เขาว่าไม่มีเวลาน่ะ...”
หลัวเตี่ยนเตี่ยนขยับเข้ามาถามต่อ “แล้ว... นายต่อยเธอหรือเปล่า?”
หานเสวียเทาพูดเรื่อยๆ “พวกเธอไปถามจางลู่สิ เธอว่าต่อยก็คือต่อย”
ซุนหลิงกับหลัวเตี่ยนเตี่ยนมองหน้ากัน ประกายตาตื่นเต้น ราวกับว่าต่อยจริง น่าตื่นเต้นชะมัด!
หลี่ม่านกระแอมเบาๆ มองหานเสวียเทา สีหน้าจริงจังขึ้น “หานเสวียเทา แม้พวกเราจะเรียนจบแล้ว ไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน แต่ยังไงก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นกันมาสามปีในมอปลาย ต่อไปกลับมาจากมหาวิทยาลัย เจอกันก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่นะ ถ้านายต่อยเขาจริงๆ ไปขอโทษเสียดีกว่า แน่นอน...” เธอเว้นจังหวะ ก่อนเสริม “ฉันก็แค่แนะนำ ถ้านายไม่เต็มใจก็แล้วแต่นาย”
หานเสวียเทามองใบหน้าเล็กๆ ที่ทำเป็นขรึมของเธอ จู่ๆ ก็เกือบจะหลุดขำ อายุสิบเจ็ดสิบแปดแท้ๆ กลับทำท่าพูดเลียนแบบผู้ใหญ่
“ไม่มีเวลา” เขาพ่นสองคำนี้ออกมาอีกครั้ง
หลี่ม่านชะงักนิดหนึ่ง ใจรู้สึกหงุดหงิด
“ไม่มีเวลา” อีกแล้ว? หมายความว่าไง? ประชดว่าเธอเสือก?
ตอนนี้เอง หลัวเตี่ยนเตี่ยนกลอกตาปริบๆ ขยับเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ถามว่า “หานเสวียเทา งั้นฉันถามบ้าง ถ้าให้โอกาสนายสารภาพรักอีกครั้ง ระหว่างจางลู่ห้องสองกับหมานหมานของพวกเรา นายจะเลือกสารภาพรักกับใคร?”
“หลัวเตี่ยนเตี่ยน เธออยากตายหรือไง!”
หลี่ม่านเดือดจัด พุ่งเข้าไปจะบีบคอเธอ
หลัวเตี่ยนเตี่ยนหัวเราะหลบ ซุนหลิงก็เลยตามน้ำ
หานเสวียเทามองสาวน้อยสามคนที่เล่นกันเป็นปาท่องโก๋ หมดคำพูดโดยสิ้นเชิง
“พวกเธอว่างนักรึไง?”
เขาทิ้งประโยคนี้แล้วหันหลังเดินจากไป
“หานเสวียเทา!”
หลี่ม่านพลันเรียกเขาไว้
หานเสวียเทาหยุดฝีเท้า หันกลับมา
หลี่ม่านเดินเร็วๆ เข้ามา ใบหน้ายังมีรอยแดงจากการเล่นเมื่อครู่ แต่สีหน้ากลับคืนสู่ท่าทางเคร่งขรึมดังเดิม เธอล้วงซองจดหมายจากกระเป๋า ยื่นให้
“นี่ค่ะ ครูอู๋ฝากมาให้เธอ ฉันไม่ได้จะมายุ่งเรื่องของเธอหรอกนะ แค่มาส่งจดหมายให้”
จดหมายจากครูประจำชั้นถึงตัวเอง?
หานเสวียเทาหรี่ตามอง แล้วรับมา
ซองจดหมายปิดผนึก
เขาไม่แกะ ยัดใส่กระเป๋ากางเกงตรงๆ
“ขอบใจ”
หลี่ม่านยืนนิ่ง มองเขาคล้ายอยากพูดอะไรแต่ก็ไม่พูด
หานเสวียเทานึกอะไรขึ้นได้ ถามว่า “ในระดับชั้น มีใครสมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัยหนิงไห่บ้าง?”
หลี่ม่านชะงัก ครุ่นคิดเล็กน้อย พูดตะกุกตะกัก “เหมือน... จะมีแค่เธอคนเดียวนะ?”
หานเสวียเทาหรี่ตาลง
มีแค่ตัวเองคนเดียวงั้นรึ?
ถ้าอย่างนั้น อีกฝ่ายถ้าอยากได้โควตามหาวิทยาลัยหนิงไห่ ก็ต้องมาลงมือกับเขาเท่านั้น การแสร้งตกลงกับท่านลุงใหญ่ เพื่อถ่วงเวลาให้อีกฝ่ายตายใจน่ะถูกแล้ว ต้องรีบหาทางจัดการเจ้าโจวเฉิงนี่ให้เร็วที่สุด!
เขาแค่นเสียงเย็นในใจ พยักหน้า ไม่พูดอะไรต่อ หันหลังเดินจากไป
เสียงของหลัวเตี่ยนเตี่ยนดังมาจากข้างหลัง “เอ๋? เขาเดินไปงั้นเลยอ่ะ?”
ซุนหลิงก็พูดตาม “เมื่อก่อนไม่เคยรู้เลยว่าหานเสวียเทาเท่ขนาดนี้”
หลี่ม่านยืนอยู่ที่เดิม มองแผ่นหลังที่ไกลออกไปเรื่อยๆ กัดริมฝีปาก
ที่จริงแล้ว คนที่สมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัยหนิงไห่ยังมีอีกหนึ่งคน ตัวเธอเอง
แค่เมื่อกี้ไม่กล้าพูดออกไป
แต่จู่ๆ เขาถามเรื่องนี้ หมายความว่าไง? หรือว่าเขารู้ว่าเธอสมัครเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับเขา?
ขณะกำลังคิด หม่าโหวก็โผล่ออกมาจากข้างๆ มองแผ่นหลังที่ไกลออกไปของหานเสวียเทา จู่ๆ ก็ท่องเสียงสูง “โอ้ สตรีผู้ต่ำต้อยเอ๋ย ความหลงใหลที่เจือกลิ่นเครื่องสำอางของพวกเจ้า มีแต่จะทำให้รอยเท้าที่เขาก้าวสู่หนทางแห่งอสูรต้องแปดเปื้อน! ในดวงตาของเขาไม่มีโครงกระดูกสตรี มีแต่เพียงบัลลังก์อันโดดเดี่ยวที่แขวนอยู่เหนือรัตติกาล!”
หลี่ม่าน หลัวเตี่ยนเตี่ยน ซุนหลิง หันขวับมาพร้อมกัน หกคู่ตาจ้องเขาอย่างรังเกียจ
“บ้า!”