ปฏิกิริยาของซูหลิงทำให้โม่หลิงประหลาดใจอย่างมาก
เขาเคยคิดว่าซูหลิงอาจรู้เรื่องเกี่ยวกับ “กู้จิงหลาน” อยู่บ้าง แต่ปฏิกิริยาของเธอบอกเขาว่า ไม่เพียงแต่รู้เท่านั้น บางทีเธออาจรู้เรื่องไม่น้อยเลยด้วย
โม่หลิงรีบอธิบาย “ไม่ใช่ ๆ ผมแค่...บังเอิญเห็นข่าวน่ะครับ เลยค่อนข้างสนใจเจ้าบ้านตระกูลกู้หนุ่มคนนี้”
ร่างที่เกร็งเขม็งของซูหลิงจึงค่อย ๆ ผ่อนคลายลง
เธอกระชับมือที่กำแขนเสื้อโม่หลิงแน่น แววตาเคร่งขรึมหาได้ยาก ก่อนเอ่ยอย่างจริงจังว่า “ยังไงนายก็อย่าไปหาเรื่องเขาเด็ดขาด! เขามันคนบ้าชัด ๆ!”
“...ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะครับ?”
ซูหลิงอ้าปากเหมือนจะพูด แต่แล้วก็ห่อเหี่ยวลงราวกับลูกโป่งที่ลมรั่ว ความขุ่นเคืองเมื่อครู่จางหาย เหลือเพียงความเงียบงัน
เธอพูดว่า “โม่หลิง ฉันจะเล่าให้นายฟัง แต่อย่าโกรธฉันนะ...จริง ๆ แล้วตอนแรกที่ฉันเป็นฝ่ายเข้าหานาย เพราะรู้สึกว่านายหน้าคล้ายใครคนหนึ่ง”
หัวใจโม่หลิงพลันกระตุก เขาสังหรณ์ว่าความจริงที่ตามหามานานอาจอยู่ในคำพูดต่อจากนี้ของซูหลิง
ซูหลิงจมอยู่ในความทรงจำ สีหน้าดูเศร้าสร้อยและอาลัยอาวรณ์เล็กน้อย เธอค่อย ๆ เอ่ยว่า “นายหน้าคล้ายพี่สาวฉันมาก...ซูหว่าน”
“ส่วนกู้จิงหลานที่นายเพิ่งพูดถึง ถ้าจะนับกันจริง ๆ เขาก็คือพี่เขยของฉัน”
โม่หลิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
ซูหลิงยิ้มขื่น
เธอกับพี่สาวซูหว่านอายุห่างกันเกือบสิบปี พี่สาวหน้าตาเหมือนแม่ ส่วนเธอเหมือนพ่อ แค่มองคิ้วตาก็แทบดูไม่ออกว่าเป็นพี่น้องแท้ ๆ กัน
