ลู่จื้อเงยหน้าขึ้นหลายครั้ง แต่โม่หลิงก็ยังยืนเรียบร้อยอยู่ตรงนั้น ก้มตาต่ำจนมองไม่ออกว่ากำลังคิดอะไร
การเจรจาดำเนินต่อไป
หลินซื่อเห็นกับตาว่าลู่จื้อเงยหน้ามองไปทางด้านหลังเขาครั้งแล้วครั้งเล่า เดาว่าคงสบตาส่งสัญญาณรักกับโม่หลิงกันไปแล้ว
หลินซื่ออดจุ๊ปากในใจไม่ได้
จนกระทั่ง—
“เงื่อนไขสุดท้าย” ลู่จื้อวางถ้วยชาลงกะทันหัน โน้มตัวมาข้างหน้า สายตาเหลือบไปทางโม่หลิงอีกครั้ง มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มยียวน “พี่กู้ให้ผมยืมหนุ่มน้อยคนนี้ไปเล่นสักสองวันได้ไหมครับ?”
บรรยากาศพลันเงียบกริบ
หัวใจโม่หลิงถูกบีบรัดอย่างแรง สีหน้าสงบนิ่งพังทลายลงในทันที เขาหันไปมองหลินซื่อโดยไม่รู้ตัว อีกฝ่ายก้มมองถ้วยชาในมือ ใบหน้าด้านข้างเย็นชาแข็งกระด้าง
ไม่กี่วินาทีต่อมา หลินซื่อเงยหน้าขึ้นมองลู่จื้อ “เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ?”
น้ำเสียงแผ่วเบา ทว่ากลับทำให้อุณหภูมิในห้องลดฮวบ
“แค่ล้อเล่นน่ะครับ”
ลู่จื้อยิ้มหน้าทะเล้น “แค่รู้สึกว่าเขาน่าสนใจดี พาออกไปดื่มเหล้า เต้นรำ คงสนุกน่าดู พี่กู้คงไม่ขี้เหนียวขนาดนั้นหรอกมั้งครับ?”
เขากำลังหยั่งเชิงขีดจำกัดของหลินซื่อ และทดสอบว่าโม่หลิงมีความสำคัญในใจหลินซื่อแค่ไหน
โม่หลิงจ้องหลินซื่อแน่น ใบหน้าซีดเผือด แววตาแทบจะวิงวอน
หลินซื่อเงียบไปนานกว่าจะขยับ เขาบังคับรถเข็นให้ค่อย ๆ หันไปทางโม่หลิง
เมื่อเห็นสายตาเย็นชาอย่างที่เคยของหลินซื่อ โม่หลิงแทบคิดว่าอีกฝ่ายกำลังจะส่งตัวเขาให้คนอื่นจริง ๆ ความสิ้นหวังแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ
แต่หลินซื่อไม่ได้พูดอะไร เพียงเอ่ยเรียบ ๆ ว่า “ชาเย็นแล้ว ชงใหม่”
