ภายในห้องพักผู้ป่วยระดับพรีเมียมของโรงพยาบาล กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจางลงเพราะกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากดอกลิลลีสีขาวช่อหนึ่งบนขอบหน้าต่าง
โม่หลิงนั่งอยู่ข้างเตียง มองใบหน้าของมารดาที่หลับสนิท
หลังการผ่าตัดผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ อาการต่อต้านอวัยวะปลูกถ่ายก็อยู่ภายใต้การควบคุมได้เป็นอย่างดี ในที่สุดใบหน้าของมารดาก็มีสีเลือดขึ้นมา ลมหายใจสม่ำเสมอ หน้าอกขยับขึ้นลงแผ่วเบาตามจังหวะหายใจ
เขากุมมือมารดาไว้เบา ๆ
มือข้างนี้เคยบวมเป่งจากการฟอกไต บัดนี้แม้ยังซีดเซียวผอมบาง แต่ก็ไม่เขียวคล้ำราวกับคนใกล้ตายอีกแล้ว
หลายวันมานี้โม่หลิงลางานจากโรงเรียน กลางวันอยู่เป็นเพื่อนมารดาที่โรงพยาบาล พอตกกลางคืนจึงค่อยไปหาหลินซื่อ
มารดาฟื้นขึ้นมาหลายครั้งระหว่างพักรักษาตัว และถามด้วยความกังวลว่าเขาเอาเงินมากมายมาจากไหนถึงได้ใช้จ่ายค่าผ่าตัด
เขาบอกว่าทำงานอยู่กับเจ้าของธุรกิจผู้มั่งคั่งคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ใจบุญ พอรู้สถานการณ์ของเขาก็ให้ยืมเงินอย่างใจกว้าง แถมยังไม่คิดดอกเบี้ย รอให้หาเงินได้แล้วค่อยทยอยคืนก็ได้
กลัวมารดาจะไม่เชื่อ เขาจึงรีบเสริมว่าป้าเฉินกับเสี่ยวอวี่เคยพบเจ้าของธุรกิจคนนั้น ทั้งคู่ช่วยยืนยันให้ได้
มารดาถึงค่อยวางใจ พลางทอดถอนใจไม่หยุดว่าพวกเขาได้พบคนดีเข้าแล้ว บอกว่าพอฟื้นตัวดีเมื่อไร จะไปขอบคุณด้วยตัวเองให้ได้
……
โม่หลิงสอดมือมารดากลับเข้าไปใต้ผ้าห่ม แล้วจัดชายผ้าห่มให้เรียบร้อย
จากนั้นเขาก็นั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง เหม่อมองอย่างไร้จุดหมาย ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ตอนพยาบาลเข้ามาเปลี่ยนยา เธอลดเสียงลงแล้วบอกโม่หลิงว่า “คนไข้ฟื้นตัวได้ดีมาก สังเกตอาการต่ออีกหนึ่งสัปดาห์ก็ออกจากโรงพยาบาลได้ หลังจากนั้นกินยาตามเวลา มาตรวจตามนัด ก็ใช้ชีวิตได้ตามปกติค่ะ”
โม่หลิงพยักหน้าขอบคุณ
หลังพยาบาลออกไป ดวงตาของเขาก็แดงก่ำ
จนถึงตอนนี้เขาถึงคล้ายเพิ่งมั่นใจว่ามารดาหายดีแล้วจริง ๆ ก้อนหินหนักอึ้งที่คอยกดทับหัวใจ ทำให้เขาสะดุ้งตื่นจากฝันร้ายกลางดึกอยู่บ่อยครั้ง ในที่สุดก็หล่นลงถึงพื้นเสียที
