ห้านาทีต่อมา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“เข้ามา”
ประตูถูกผลักเปิด โม่หลิงยืนอยู่ตรงหน้าประตูในชุดเดรสไหมพรมยาวสีขาวนวล นิ้วมือขยับดึงชายกระโปรงอย่างไม่รู้ตัว
เมื่อเทียบกับชุดกระโปรงสีขาวเปิดเผยตัวก่อน ชุดนี้ดูเรียบง่ายกว่า เนื้อผ้าไหมพรมเนื้อนุ่มแนบไปกับเรือนร่าง ขับให้เห็นรูปร่างสูงโปร่งผอมเพรียวของโม่หลิง
เขาเงยหน้ามองหลินซื่อ ตอนแรกดูเก้อเขินอยู่บ้าง แต่ไม่นานก็สงบลง
“คุณชาย” เขาเอ่ยเรียกเสียงเบา
ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาแทบจะคุ้นชินกับการอยู่ข้างกายหลินซื่อแล้ว
กลางวันหลินซื่อยุ่งมาก จะกลับมาที่คฤหาสน์หลังนั้นก็ตอนกลางคืน แล้วนั่งจัดการงานอยู่ในห้องหนังสือ ส่วนหน้าที่ของเขาคือสวมชุดกระโปรงสีขาว คอยอยู่ข้างกายหลินซื่อในช่วงเวลานั้น
ความอับอายในช่วงแรกจางหายไป โม่หลิงจึงไม่กลัวหลินซื่อเหมือนก่อนแล้ว
บางครั้งเขาก็รวบรวมความกล้า แอบมองหลินซื่อเงียบ ๆ
ยามเหนื่อยล้า หลินซื่อจะยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว
เมื่อจัดการเอกสารเสร็จ เขาจะผ่อนคลายสักครู่ แล้วเงยหน้ามองโม่หลิง—หรือพูดให้ถูกคือ มองผ่านเขาไปยังใครอีกคน แววตาอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
ส่วนในวันที่ฝนตกครึ้ม ขาของหลินซื่อจะปวดขึ้นมา ช่วงนั้นอารมณ์ของเขาหงุดหงิดมาก ไม่มีใครกล้าไปขัดใจ
โม่หลิงรู้สึกว่าหลินซื่อเหมือนภาพสีน้ำมัน ตอนแรกที่พบเห็นมีแต่โทนสีเย็นชา แต่เมื่อได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น สีสันสดใสอื่น ๆ ก็ถูกแต้มลงไปทีละน้อย
ความรู้สึกแบบนี้ก็ไม่เลวเลย
เขาเคยลองถามไถ่คนในคฤหาสน์ถึงเรื่องราวในอดีตของหลินซื่ออย่างเงียบ ๆ แต่ทุกคนไม่ทำหน้าเลื่อนลอย ก็ปิดปากเงียบไม่ยอมพูด
พ่อบ้านเฒ่าสนิทกับเขามากขึ้น จึงหวังดีเตือนว่าเรื่องในอดีตเป็นปมในใจของคุณชาย ขอให้เขาอย่าได้เอ่ยถาม
