ลู่จื้อไม่ได้ฝันถึงฝันนั้นมานานมากแล้ว
ในฝัน เขายังคงเป็นเด็กชายวัยหกขวบ ถูกลูกพี่ลูกน้องเตะตกลงไปในสระ น้ำเย็นเฉียบทะลักเข้าปากและจมูก เขาดิ้นรนสุดชีวิต แต่เห็นเพียงใบหน้าพร่ามัวของคนที่ยืนหัวเราะอยู่ริมสระ
เขาจมดิ่งอยู่ในความหวาดกลัวและสิ้นหวัง ในวินาทีที่กำลังจะจมลงสู่ก้นบึ้ง มือขาวซีดเรียวยาวข้างหนึ่งก็คว้าเขาไว้
เขากุมมือนั้นไว้แน่น ราวกับกำลังยึดเกาะความหวังสุดท้าย
จากนั้นมือนั้นก็เย็นเฉียบ น้ำในสระกลายเป็นเลือด
เลือดสีแดงข้นคลั่กค่อย ๆ แผ่บานจากใต้ร่างของคนคนนั้น
ความหวาดผวาที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนอัดแน่นอยู่ในอก เขาสั่นเทา ใช้มืออุดบาดแผลสุดชีวิต คุกเข่าอ้อนวอนคนข้างกายอย่างน่าเวทนาให้ช่วยอีกฝ่าย แต่ทุกอย่างกลับไร้ประโยชน์
เลือดอุ่น ๆ ไหลทะลักออกมาจากซอกนิ้วของเขา ยิ่งไหลก็ยิ่งมาก จนย้อมมือของเขาเป็นสีแดง
ใบหน้าขาวซีดเย็นชาเงยขึ้นจากกองเลือด ดวงตาใสกระจ่างสะท้อนภาพอันสิ้นหวังและน่าเวทนาของเขา
คนคนนั้นเอ่ยเสียงแผ่วว่า—
“คุณชนะแล้ว”
……
ลู่จื้อผุดลุกขึ้นจากเตียง
เหงื่อเย็นชุ่มเสื้อผ้านอน เขาหอบหายใจเฮือก มือเท้าเย็นเฉียบไปหมด
สามปีแล้ว
เขาไม่ได้ฝันถึงคนคนนั้นมานานมากแล้ว
ฟ้าด้านนอกหน้าต่างยังไม่สว่าง แสงหม่นมัวลอดผ่านช่องผ้าม่านเข้ามา ลู่จื้อเดินเท้าเปล่าลงจากเตียง ไปหยุดหน้าต่างแล้วเปิดม่านออก
ตอนนี้ลู่จื้อกลายเป็นบุคคลที่น่าครั่นคร้ามที่สุดในวงการธุรกิจ
เขาเหี้ยมโหดและไม่เห็นแก่ญาติพี่น้อง หลังคุณปู่ลู่ล้มป่วยหนัก เขาก็เข้าควบคุมเครือลู่อย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว ภายในเวลาสามปี เขาค่อย ๆ ฮุบกิจการทั้งหมดของลู่เจิ้นสยง จนเครือลู่กลายเป็นอาณาจักรธุรกิจขนาดมหึมาที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
ไม่มีใครมองว่าเขาเป็นเพลย์บอยอีกต่อไป และไม่มีใครกล้าพูดคำว่าไม่ต่อหน้าเขา
แต่มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่า หลายต่อหลายครั้งที่สะดุ้งตื่นกลางดึก ภาพตรงหน้ายังคงเป็นสีแดงฉานบาดตา ร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่ในกองเลือด
ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมา เขาจะนั่งนิ่งอยู่นาน
