ดาวขยะไม่มีชื่อ
หรือจะพูดให้ถูกก็คือ มันเคยมีชื่อ แต่ถูกลืมเลือนไปนานแล้ว เช่นเดียวกับผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่
ซ่งซิงจูงมือซ่งเฉินผู้เป็นน้องชาย เหยียบย่างผ่านเศษหินเกลื่อนพื้น มุ่งหน้าไปยังเขตเหมืองร้างหมายเลขสามทางตะวันออก
แม้จะเรียกว่าเขตเหมืองร้าง แต่ความจริงถูกขุดจนเกลี้ยงตั้งแต่กว่าร้อยปีก่อนแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงเศษซากที่จักรวรรดิไม่เห็นค่า ทั้งเศษหินพลังงานเกรดต่ำ กากแร่ที่สกัดไม่สำเร็จ และข้าวของสารพัดอย่างที่ตกลงมาจากห้วงอวกาศ
แต่สำหรับผู้คนบนดาวขยะ สิ่งเหล่านี้คือความหวังที่จะมีชีวิตรอด
ซ่งซิงกำท่อนโลหะขึ้นสนิม พลางคุ้ยหาไปตามกองซากปรักหักพัง
ท่าทางของเธอคล่องแคล่วมาก ใต้ก้อนหินก้อนไหนอาจมีเศษพลังงานที่นำกลับมาใช้ได้ หรือซากปรักหักพังแห่งใดอาจมีเศษโลหะผสมที่กระเด็นออกมาตอนยานรบอวกาศตก เธอมองปราดเดียวก็รู้
ตลอดชีวิตเก้าปีของเธอ มีเจ็ดปีครึ่งที่หมดไปกับการทำแบบนี้
“พี่ วันนี้มีของตกลงมาเยอะจัง” ซ่งเฉินเดินกะเผลกตามมา ดวงตาเป็นประกายขณะมองเศษซากที่กระจายอยู่ไกลออกไป “ตรงนั้นเหมือนจะยังมีพลังงานอยู่นะ!”
ซ่งซิงมองตามไป เห็นเศษโลหะขนาดประมาณฝ่ามือหลายชิ้น ผิวของมันยังมีรอยไหม้ดำเกรียม
เธอปล่อยมือจากน้องชาย กำชับให้เขายืนรออยู่ไม่ไกล จากนั้นจึงเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง แล้วย่อตัวลง หยิบเครื่องตรวจจับเก่า ๆ เครื่องหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ
—เมื่อปีก่อนลุงโจวช่วยซ่อมให้พวกเธอ แม้ค่าที่อ่านได้จะขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่เสมอ แต่อย่างน้อยก็ยังพอใช้ได้
เครื่องส่งเสียงปี๊บสองครั้ง ดวงตาซ่งซิงเป็นประกาย เธอเอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า “เศษแร่พลังงานระดับบี เอาไปแลกสารอาหารได้ตั้งสิบวัน!”
