ย่าเสิ่นนอนแน่นิ่งอยู่บนหิมะ หลับตาสนิท ตู้ลี่เจวียนเห็นดังนั้นก็รีบถลาเข้าไปประคองไหล่หญิงชรา ก่อนแผดเสียงร้องโหยหวนใส่กลุ่มคนที่มามุงดูอยู่ในลานบ้าน
“ฆ่าคนแล้ว! หลานสาวแท้ ๆ บีบคั้นย่าตัวเองจนตายแล้ว! ทุกคนมาดูเร็ว นังอกตัญญูใจดำคนนี้สิ!”
ตู้ลี่เจวียนร้องโวยวายไปพลาง เหลือบมองปฏิกิริยาของเสิ่นหมิงจูไปพลาง
เสิ่นหมิงจูยืนอยู่บนขั้นบันได มองแม่สามีกับลูกสะใภ้ที่กำลังเล่นละครห่วย ๆ อยู่เบื้องล่างอย่างเย็นชา จากนั้นก็หันไปหยิบถังน้ำบ่อครึ่งถังซึ่งมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะอยู่ตรงมุมกำแพง โดยไม่แม้แต่จะกะพริบตา เธอก็สาดน้ำใส่ย่าเสิ่นที่นอนอยู่บนหิมะทันที
น้ำบ่อเย็นยะเยือกสาดลงมารดหัว ย่าเสิ่นหนาวจนสะดุ้งเฮือก หมดอารมณ์แกล้งตาย รีบใช้ทั้งมือทั้งเท้าคลานขึ้นจากกองหิมะโคลนตม
“ในเมื่อเป็นลมไปแล้วก็ต้องรีบช่วยชีวิตสิ หน้าหนาวแบบนี้ น้ำบ่อเย็น ๆ นี่แหละทำให้คนตื่นได้ดีที่สุด ถ้ายังไม่ฟื้น ฉันจะไปหาหมอหลี่เอาเข็มเล่มใหญ่ ๆ มาจิ้มตรงร่องเหนือริมฝีปากเอง” เสิ่นหมิงจูโยนถังไม้ทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ แล้วมองย่าเสิ่นที่เปียกโชกไปทั้งตัว
ย่าเสิ่นปาดน้ำแข็งบนหน้าออก โกรธจนตัวสั่น ชี้หน้าเสิ่นหมิงจูแล้วด่ากราด “นังเด็กชั่วฟ้าผ่า แกกล้าเอาน้ำเย็นสาดย่าแท้ ๆ ของตัวเองได้ยังไง ไม่กลัวสวรรค์ลงโทษหรือไง!”
“ฉันยังไม่กลัวเรื่องที่พวกคุณวางยาเล่นงานฉันเลย จะกลัวสวรรค์ทำไม รีบเอาเงิน 300 หยวนออกมา อย่าคิดใช้ละครร้องไห้โวยวายขู่ฆ่าตัวตายแบบนี้มาหลอกฉัน”
เสิ่นหมิงจูปัดฝุ่นบนมือ ไม่ใส่ใจการบีบบังคับทางศีลธรรมของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
เสิ่นอู่เห็นชาวบ้านที่ยืนรอบ ๆ เริ่มชี้ไม้ชี้มือวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้นเรื่อย ๆ จนรักษาหน้าแทบไม่ไหว จึงทำได้เพียงกัดฟันล้วงธนบัตรย่อยยับยับจากกระเป๋าด้านในที่แนบตัว พร้อมธนบัตรใบละสิบหยวนอีกสองใบ
“ที่บ้านหาเงิน 300 หยวนไม่ไหวจริง ๆ เอา 20 หยวนนี้ไปก่อน ส่วนที่เหลือ รอเสี่ยวถังแต่งงานแล้วเราค่อยหาทางรวบรวมมาให้”
