ยังไม่ทันที่จิ้งจอกขาวจะได้สติจากความเจ็บปวดแสนสาหัสที่วิญญาณแท้ถูกฉีกทึ้ง
ในห้วงสุญญตา พลันมีเสียงแค่นเย็นชาดังขึ้นโดยไร้สัญญาณ
“หึ!”
เสียงนั้นดุจธารน้ำแข็งกระทบศิลา ทว่าแฝงด้วยเจตจำนงกระบี่อันเกรียงไกรที่ผ่าทะลุสามภพได้
“ฉึบ!”
ค่ายกลพิทักษ์สำนักเซียนอันแข็งแกร่งไร้เทียมทาน ถูกฉีกเป็นรอยแยกยาวนับร้อยจั้งราวกับกระดาษเปราะบาง!
ลำแสงกระบี่สีขาวบริสุทธิ์พุ่งทะลวงห้วงอากาศมาอย่างรวดเร็ว จนเหนือกว่าการผันผ่านของกาลเวลาเสียอีก
จิตสังหารเย็นเยียบเสียดกระดูก แช่แข็งสำนักเซียนชิงชิวทั้งผืนที่อบอุ่นดุจฤดูใบไม้ผลิให้กลายเป็นถ้ำน้ำแข็งหมื่นปีในพริบตา โลหิตทั่วกายจิ้งจอกขาวแทบแข็งตัว แม้แต่แรงจะขยับนิ้วสักนิ้วก็ถูกช่วงชิงไปจนสิ้น
นั่นคือพลังสูงสุดที่นางไม่อาจเข้าใจ และไม่มีวันเอื้อมถึง
ลำแสงกระบี่สั่นไหวแผ่วเบา ก่อนฟันลงจากวิญญาณของจิ้งจอกขาว นางพลันรู้สึกถึงความเจ็บปวดรวดร้าวในวิญญาณอีกครั้ง พลังปราณทั่วร่างก็อ่อนกำลังลงไปมาก!
“ปีศาจจิ้งจอกตัวกระจ้อย บังอาจสอดส่องศิษย์ของข้า เห็นแก่ที่เจ้ายังมิได้คิดสังหาร ข้าจะลงโทษให้พลังบำเพ็ญพร่องไปหนึ่งร้อยปี หากกล้ากระทำอีก ข้าจะฟันเจ้าเสีย!!!”
สุ้มเสียงเย็นชาไร้อารมณ์ค่อย ๆ จางหายไปในความว่างเปล่า
เสียงกังวานสุดท้ายเลือนดับ ลำแสงกระบี่อันน่าสะพรึงซึ่งหยุดค้างห่างจากหว่างคิ้วเพียงสามชุ่นก็สลายเป็นความว่างเปล่าตามไป ราวกับไม่เคยมาเยือนโลกมนุษย์
หากมิใช่ความเจ็บปวดในวิญญาณและเศษเหรียญทองแดงประจำชีพที่แตกกระจายเกลื่อนพื้น จิ้งจอกขาวคงคิดว่าเมื่อครู่เป็นเพียงฝันร้าย
ภายในสำนักเซียนเงียบงันสนิท
