ในอีกไม่กี่วันต่อมา ฝีมือการทำอาหารของเล่ออวี้ก็แพร่กระจายไปทั่วเรือนใหญ่อย่างเงียบ ๆ
เริ่มจากชุ่ยผิงได้ชิมเค้ก บอกว่าอร่อย จึงหยิบไปให้เพื่อนสาวใช้ที่ทำงานอยู่ในเรือนอื่นได้ลอง
แล้วเพื่อนสาวใช้คนนั้นก็เอาไปให้คุณหนูของนางได้ลอง
แล้วคุณหนูคนนั้นก็เอาไปให้คุณหนูคนอื่นได้ลองอีก
ต่อ ๆ กันมา ถึงขั้นมีคุณหนูหลายคนส่งคนมาถามเล่ออวี้ว่า จะช่วยทำขนมให้พวกนางด้วยได้หรือไม่
เล่ออวี้รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก แต่ก็ไม่กล้าตัดสินใจตามอำเภอใจ จึงไปถามเฉียวซูเหยาก่อน
เฉียวซูเหยาครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า "ก็ทำไปสิ ยังไงเจ้าก็ต้องทำอยู่แล้ว ทำชิ้นเดียวก็ทำ สิบชิ้นก็ทำ ให้พวกนางเอาศิลาวิญญาณมาแลก เค้กหนึ่งชิ้นต่อศิลาวิญญาณชั้นต่ำหนึ่งก้อน"
เล่ออวี้เบิกตากว้าง "หนึ่งก้อนเลยหรือ แพงเกินไปหรือเปล่า"
"จะแพงได้อย่างไร" เฉียวซูเหยาทำท่าไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญ "พวกนางไม่ได้ขาดศิลาวิญญาณแค่นี้อยู่แล้ว อีกอย่างเค้กของเจ้าก็อร่อย สมราคา"
เล่ออวี้รู้สึกไม่ค่อยมั่นใจในใจ
เค้กชิ้นเดียวได้กำไรศิลาวิญญาณหนึ่งก้อน เงินหาง่ายเกินไปแล้วกระมัง
นางทำงานเหนื่อยแทบตายที่หมู่บ้านเย่าผิงหนึ่งเดือนถึงจะได้แค่ครึ่งก้อน
แต่เฉียวซูเหยาพูดแล้ว นางก็ไม่อาจพูดอะไรได้อีก จึงปฏิบัติตาม
หลังจากข่าวแพร่ออกไป ก็มีคนมาจริง ๆ
คนแรกที่มาคือคุณหนูเก้าเฉียวรั่วอวิ๋น
นางสวมอาภรณ์สีขาวทั้งชุด ท่าทางเงียบขรึมอ่อนโยน เสียงพูดก็เบาหวิ่ว
