หวังอู่ยองอยู่บนหาดทราย มือทั้งสองถูกมัดไพล่หลัง เลือดบนใบหน้าแห้งกรังจับตัวเป็นคราบสีน้ำตาลคล้ำ
คิ้วของเขากระตุกโดยไม่รู้ตัว มุมปากตกลง สีหน้าเจ็บปวดเจือความตื่นตระหนก และความตื่นตระหนกก็ปะปนความสับสน
เขาไม่เข้าใจว่าคนที่ขี่ลาเหล่านี้มาจากที่ใด เสื้อผ้าสวมใส่ไม่เรียบร้อย ทว่าลงมือได้โหดเหี้ยมยิ่งกว่าใคร สิ่งที่เขายิ่งไม่เข้าใจคือเหตุใดตนจึงถูกจับ
เขาได้แต่หวังว่าจะผ่านเคราะห์ครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย
ที่บ้านยังมีมารดาชรา ภรรยา และบุตรสาววัยสามขวบ
เขาตายไม่ได้ หากตายไป คนอื่นต้องยึดภรรยาไปครอบครอง แล้วทุบตีลูกของเขาเป็นแน่
“หวังอู่?”
เมื่อได้ยินคนเรียกชื่อ หวังอู่ก็เงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว มองไปทางต้นเสียง
ผู้มาเยือนสวมเสื้อผ้าสั้นสีนิล ที่เอวเหน็บดาบไว้ ชายกางเกงเปียกชื้นถึงหัวเข่า ใบหน้ามีคราบเลือด
“ทั่นฮวาเกาะภรรยากิน...”
เขาหลุดปากออกมา เสียงเปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้ เขาอยากกัดลิ้นตัวเองให้ขาดเสียเหลือเกิน
หลินอู๋หยางหยุดยืนตรงหน้า ก้มมองเขา “โอ้? ดูท่าเจ้าจะเคยได้ยินชื่อข้ามาก่อน?”
หวังอู่หัวเราะแห้ง ๆ เนื้อบนใบหน้ากระตุกสองครั้ง “ชื่อเสียงของทั่นฮวาหลิน ใต้หล้าล้วนได้ยินกันทั้งนั้น!”
ขณะพูดเช่นนี้ ลำคอของเขาตึงเครียด สายตาเหลือบไปยังเอวของตนอย่างห้ามไม่อยู่
ป้ายประจำตัวหายไปแล้ว
จบสิ้นแล้ว เขาไม่ควรพกป้ายประจำตัวมาด้วย แต่ตนเป็นคนของกองพันร้อยนายฝ่ายซ้ายแห่งกองรักษาการณ์จิ้งไห่ หากไม่พกป้าย จะติดต่อกับโจรสลัดญี่ปุ่นได้อย่างไร?
หากไม่มีป้าย คนทางนั้นจะเชื่อเขาได้อย่างไร?
หลินอู๋หยางมองตามสายตาของเขาไปยังมือของตน ป้ายประจำตัวแผ่นนั้นถูกกำไว้แน่น ตัวอักษรบนป้ายแจ่มชัดท่ามกลางแสงตะวัน
