คุณชายใหญ่ตระกูลจาง—ถุย! จางซูฮั่น นั่งอยู่ในห้องทำงานของจางเวยไป๋มาสิบนาทีแล้ว
ตั้งแต่เขาเข้ามา โทรศัพท์ในมือจางเวยไป๋ก็ไม่เคยว่างเลย
เธอโทรออกสายแล้วสายเล่า ยุ่งจนแทบหัวหมุน
ฉินมู่หยางกลับไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อย เขารับงานทั้งหมดของจางเวยไป๋ไว้ แล้วเดินไปยกแฟ้มเอกสารกองหนึ่งออกมาจากตู้ วางแผ่ลงตรงหน้าจางซูฮั่นดังพรึ่บ
พอมองให้ชัด ก็พบว่าทั้งหมดเป็นบทละครสำหรับบทบาทต่าง ๆ
มีตั้งแต่ย้อนยุคไปจนถึงยุคปัจจุบัน ตั้งแต่ละครจริงจังไปจนถึงคอเมดี้เบา ๆ ครบทุกแนว
“บทที่ติดต่อมาทั้งหมดอยู่ตรงนี้แล้ว อยากเล่นบทไหน?” ฉินมู่หยางถามด้วยรอยยิ้ม
ตอนนี้จางซูฮั่นเริ่มเข้าใจสถานะ ‘คุณชายใหญ่’ ของตัวเองแล้ว
นี่เลือกเองได้ด้วยเหรอ?
ก่อนมาเขาลองค้นข้อมูลเรื่องค่าตอบแทนของนักแสดงหน้าใหม่ในอินเทอร์เน็ตมาแล้ว ปกติบริษัทให้เล่นอะไรก็ต้องเล่น มีงานให้เล่นก็ดีแค่ไหนแล้ว
ยังจะเลือกอีกเหรอ? คิดว่ามาซื้อผักที่ตลาดหรือไง?
แต่จากสถานการณ์ตรงหน้า เขาก็แทบไม่ต่างจากคนมาเลือกซื้อผักจริง ๆ
เขากลืนน้ำลาย ก่อนยื่นมือไปเปิดดูเล่มหนึ่ง
ฉินมู่หยางไม่ได้เร่ง นั่งอยู่ข้าง ๆ คอยเหลือบมองเป็นระยะว่าเขาเปิดถึงเรื่องไหน แล้วพูดเกริ่นเนื้อเรื่องสั้น ๆ ออกมาเป็นพัก ๆ ราวกับกำลังสปอยล์
จางซูฮั่นฟังไปพลาง ทำทีเป็นอ่านบทอย่างตั้งใจ
แต่ความจริงในหัวกำลังคิดคำนวณอย่างรวดเร็ว
พระเอกของเรื่องนี้เป็นใคร? เป็นตัวละครในนิยายต้นฉบับหรือเปล่า? มีโอกาสได้เข้าฉากกับเขาเพื่อเกาะกระแสไหม? ต้องถ่ายฉากร่วมกันนานแค่ไหน? มีฉากปะทะอารมณ์กันเยอะหรือเปล่า? ใช้เวลาถ่ายกี่วัน?
เป้าหมายของเขาไม่ได้อยู่ที่การแสดงจริง ๆ หรอก แน่นอนว่าการแสดงก็สำคัญ เขาเองก็มีความใฝ่ฝันทางศิลปะ แต่ที่สำคัญกว่าคือการเก็บค่าความนิยมต่างหาก!
