【ตรวจพบพฤติกรรมเกาะกระแส ค่าความนิยม +65】
เสียงระบบดังขึ้น จางซูฮั่นพลันโล่งใจ หลุดออกจากบทแล้วรีบขอบคุณไม่หยุด
พอเงยหน้าขึ้นก็สบเข้ากับรอยยิ้มสดใสของเฉินเนี่ยนเหยา ดูท่าการร่วมงานครั้งนี้คงไม่มีปัญหาอะไร
ระหว่างพักเปลี่ยนฉาก เขาแอบย่องไปข้างฉินมู่หยาง ยื่นมือไปคว้าคุกกี้ในมืออีกฝ่ายมายัดเข้าปาก
ซาลาเปาเสี่ยวหลงตอนเช้ามีแค่สี่ลูกต่อเข่ง สำหรับหนุ่มวัย 19 ที่กำลังโต แถมยังกินจุเกินเหตุอย่างเขา แค่นั้นไม่พอให้หายอยากด้วยซ้ำ
แต่ถึงอย่างนั้น อีกฝ่ายก็อุตส่าห์เตรียมอาหารเช้ามาให้ จะเลือกกินมากไปก็ดูเสียมารยาท
“นี่รสอะไรเนี่ย...” เขาเคี้ยวไปสองคำ คิ้วก็ขมวดจนแทบผูกกัน “ทำไมเหมือนเคี้ยวกระดาษแข็งเลย?”
ไม่อร่อยสุด ๆ
ช่างเถอะ ๆ กิน ๆ ไปก่อนก็แล้วกัน
ฉินมู่หยางมองเขากินคุกกี้ลดไขมันด้วยรอยยิ้ม ดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์ที่แทบสังเกตไม่เห็น ก่อนยื่นน้ำเปล่าให้เขาอย่างใส่ใจ “รู้สึกยังไงบ้าง?”
ตอนนี้จางซูฮั่นกำลังอารมณ์ดี อดคุยโวไม่ได้ “ถามได้! ดูสิว่าฉันเป็นใคร!”
ฉินมู่หยางยังคงยิ้มไร้พิษภัยเหมือนเดิม “งั้นก็ดี ตอนบ่ายเป็นฉากสำคัญ ต้องอมเลือดปลอมด้วย ผู้กำกับบอกว่านายเพิ่งถ่ายฉากแบบนี้เป็นครั้งแรก อาจจะยังไม่ชิน ตอนเที่ยงกินน้อยหน่อย ไม่งั้นเดี๋ยวอ้วก กินเสร็จแล้วไปออกกำลังกาย ย่อยอาหารสักหน่อย”
“ก็ได้...” จางซูฮั่นตอบอุบอิบโดยไม่สงสัยอะไร แล้วเอาคุกกี้คำสุดท้ายยัดเข้าปาก “ถ้าถ่ายเสร็จวันนี้ ฉันต้องให้รางวัลตัวเองด้วยมื้อใหญ่สักมื้อ”
กินน้อยหน่อยก็ไม่เห็นเป็นไร แค่มื้อเดียวเอง จะกินน้อยลงอีกนิดก็ช่างเถอะ รอถ่ายทำเสร็จค่อยจัดมื้อใหญ่ชดเชยก็ได้
“ได้เลย” ฉินมู่หยางยิ้มกว้างกว่าเดิม “ฉันจัดการให้เอง”
จางซูฮั่นรู้สึกว่าคำพูดนั้นฟังดูแปลก ๆ แต่เขาหันหลังเดินไปทางกองถ่ายแล้ว จึงไม่มีเวลาคิดให้ละเอียด
เขาไม่รู้เลยสักนิดว่าผู้ช่วยคนหนึ่งจัด “มื้อให้รางวัล” ของเขาตลอดสัปดาห์หน้าไว้เรียบร้อยแล้ว โดยมีแต่อกไก่ต้มกับสลัดบรอกโคลี
หลังมื้อเที่ยง จางซูฮั่นถูกผู้กำกับคิวบู๊เรียกไปยังลานว่างด้านข้างกองถ่าย
