“ผู้จัดการโรงงานอาน ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ”
ฉู่เทียนยิ้มพลางยื่นมือออกไป อานกวังผิงได้สติแล้วจับมือเขาไว้ “ไม่ได้เจอกันนานจริง ๆ นักวิจัยฉู่”
ทั้งสองสบตากันแล้วหัวเราะ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องทำงานของอานกวังผิงอย่างเป็นธรรมชาติ
ซางอวี่เดินตามพวกเขาเข้าไปด้วย
“คนนี้คือ?” อานกวังผิงรอจนประตูปิดแล้วจึงเอ่ยถาม
เขารู้จักเพื่อนร่วมชั้นคนนี้ดี ทุกครั้งที่มาที่นี่ก็จะมาคนเดียว บอกว่าให้คุยงานกันสองคนก็พอ
หากไม่เกี่ยวข้องกับความลับ ก็ไม่มีทางยอมเสียค่าเดินทางเพิ่ม เพื่อสร้างภาระให้โรงงานเด็ดขาด
นาน ๆ ทีจะมีคนมาด้วย
ฉู่เทียนรีบแนะนำซางอวี่ให้อานกวังผิงอย่างจริงจัง “กวังผิง คนนี้คือสหายซาง ซางอวี่ ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเสี่ยวหมิงลูกชายของผม”
สายตาที่อานกวังผิงมองซางอวี่เปลี่ยนไปทันที
ก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ แต่ตอนนี้กลับเคร่งขรึมขึ้นมาก
เขาไม่คิดจริง ๆ ว่าผู้มีพระคุณช่วยชีวิตฉู่เสี่ยวหมิงจะอายุน้อยและสวยขนาดนี้
ซางอวี่มีใบหน้าที่งดงามละเอียดอ่อน ตอนที่ไม่ยิ้มให้ความรู้สึกเย็นชาแบบสาวงามผู้เลอโฉม แต่พอยิ้มขึ้นมาก็ดูอบอุ่นราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิ ชวนให้นึกถึงพี่สาวคนสวยผู้ใจดี
“สหายซาง ผมชื่ออานกวังผิง ก่อนหน้านี้เคยได้ยินฉู่เทียนพูดถึงคุณ ไม่คิดเลยว่าคุณจะอายุน้อยขนาดนี้” อานกวังผิงยิ้มแล้วยื่นมือให้ซางอวี่
ซางอวี่ยื่นมือไปจับกับอานกวังผิง “สวัสดีค่ะ ผู้จัดการโรงงานอาน”
“ครั้งนี้สหายซางมามีธุระอะไรหรือครับ?” อานกวังผิงหันไปมองฉู่เทียน
