ซางอวี่ใช้นิ้วหัวแม่มือกดจุดเน่ยกวนที่อยู่ระหว่างเส้นเอ็นสองเส้นด้านในข้อมือของหญิงวัยกลางคนอย่างแรง
จากนั้นเธอก็ตบข้อพับแขนของหญิงวัยกลางคนอย่างรวดเร็ว เสียงดังเพียะ ๆ ไม่กี่ครั้ง จุดเลือดคั่งสีม่วงแดงก็ผุดขึ้นที่ข้อพับแขนอย่างรวดเร็ว
ลมหายใจหอบติดขัดของหญิงวัยกลางคนเริ่มคล่องขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ไม่นานนัก หญิงวัยกลางคนก็ค่อย ๆ ได้สติ เธอมองซางอวี่ที่อยู่ข้างกายอย่างเหม่อลอย
“คุณ…”
“แม่คะ สหายคนนี้ช่วยชีวิตแม่ไว้นะคะ ถ้าแม่เป็นอะไรไป หนูกับพ่อจะทำยังไงล่ะคะ”
เมื่อเห็นแม่ฟื้นขึ้นมา ความตื่นตระหนก ความหวาดกลัว และความตกใจที่เด็กสาวเพิ่งเผชิญก็ถาโถมขึ้นมาพร้อมกัน เธออดร้องไห้ออกมาไม่ได้
หญิงวัยกลางคนตบมือของเด็กสาวเบา ๆ อย่างอ่อนโยน ก่อนจะหันไปมองซางอวี่และเอ่ยขอบคุณเสียงนุ่ม “สหาย ขอบคุณที่ช่วยชีวิตฉันไว้นะ”
“ไม่ต้องเกรงใจค่ะ อาการของคุณแค่คงที่ชั่วคราวเท่านั้น ฉันแนะนำให้ไปโรงพยาบาลตรวจเพิ่มเติมดีกว่า” ซางอวี่กล่าว
เธอพบว่าอาการของหญิงวัยกลางคนไม่ได้มีแค่โรคหัวใจเท่านั้น
แต่คนเยอะปากมาก เธอไม่สะดวกจะพูดอะไรให้มากความในที่สาธารณะ
“ใช่ค่ะ ใช่ สหายคนนี้พูดถูกแล้ว แม่คะ เราไปโรงพยาบาลกันเดี๋ยวนี้เลย!” เด็กสาวประคองหญิงวัยกลางคนขึ้น
แต่เมื่อครู่เธอตื่นเต้นเกินไป ตอนนี้ขายังอ่อนแรงจนไม่มีแรงแม้แต่น้อย เธอจึงเซถลาแล้วก้นจ้ำเบ้าลงไปนั่งกับพื้นดังปุ
