“เธอพูดอะไรนะ? หมอซาง เธอจะขึ้นสังเวียนฝีมือกับฉันหรือ?”
“เธอต้องรู้ไว้นะว่า พอขึ้นสังเวียนฝีมือแล้ว ต่อให้ฉันตีเธอจนบาดเจ็บสาหัส ก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น”
ซางอวี่โกรธจนหัวเราะออกมา เธอมองต่งเจิ้นปาง
“ต่อให้ตีฉันตายก็ไม่เป็นไร ฉันยอมทำหนังสือสัญญาเป็นตายกับเธอ
ต่งเจิ้นปาง กล้าขึ้นสังเวียนฝีมือไหม?”
น้ำเสียงของซางอวี่หนักแน่นทรงพลัง ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นได้ยินกันหมด
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ทั้งสองคน
เมื่อครู่ซางอวี่เตะต่งเจิ้นปางกระเด็นออกมาจากห้องผู้ป่วยในทีเดียว
ไม่รู้ทำไม จู่ ๆ ทุกคนก็รู้สึกว่าหมอซางน่าจะมีฝีมือไม่เบา… ละมั้ง
“ฉันไม่รังแกสหายหญิง”
“เธอไม่รังแกสหายหญิง แต่กลับไปรังแกเยชิงหลาน
ไม่ยักรู้เลยว่าผู้การต่งของพวกเราจะมีความเป็นสุภาพบุรุษกับเขาด้วย” ซางอวี่พูดประชด
“หมอซาง เห็นแก่หน้าผู้การเสิ่น ฉันถึงไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเธอ อย่ามากดดันกันเกินไป ทั้งยังพูดจาไร้เหตุผลแบบนี้”
“ฉันพูดจาไร้เหตุผลตรงไหน?
ตอนนี้ฉันชวนเธอขึ้นสังเวียนฝีมือ แต่เธอไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะขึ้นสังเวียนกับฉัน เอาแต่ยืนเถียงอยู่ตรงนี้
ต่งเจิ้นปาง พูดตามตรงนะ ฉันแค่ทนมองเธอไม่ได้
ฉันคิดว่าเธอมันขี้ขลาด ฉันอยากลงมือกับเธอสักหน่อย เธอกล้าหรือไม่กล้า?
อีกอย่าง อย่าเอาเรื่องที่ฉันเป็นภรรยาของเสิ่นจื้อหนานมาพูด ฉันก็คือฉัน เขาก็คือเขา
ตอนนี้ฉันเป็นตัวแทนของตัวเองเท่านั้น ต่อให้เธอตีฉันตาย ฉันก็รับรองได้ว่าคนตระกูลเสิ่นจะไม่มีใครมาหาเรื่องเธอ
