ซางอวี่รู้สึกเสียดายอยู่บ้าง...
ที่ไม่อาจอัดอีกฝ่ายให้ปางตายได้
แต่ก็ไม่เป็นไร เธอเป็นหมอ ย่อมรู้ดีที่สุดว่าต้องตีตรงไหนถึงจะทำให้เจ็บปวดแทบขาดใจ แต่ไม่ถึงตาย
“ผู้การต่ง เชิญ” ซางอวี่ตั้งท่าเตรียมโจมตี
“หมอซาง เชิญ” เดิมทีต่งเจิ้นปางยังคิดจะวางท่าเสียหน่อย อย่างไรเขาก็เป็นผู้การ มีประสบการณ์การต่อสู้อย่างโชกโชน...
แต่แล้วก็เห็นซางอวี่พุ่งมาถึงตรงหน้าอย่างรวดเร็ว หมัดหนึ่งชกตรงเข้าใส่ใบหน้าของเขา
ต่งเจิ้นปางมีประสบการณ์อยู่บ้าง เขาตอบสนองได้ทันที ยกมือขึ้นปัดป้อง
แต่เขาประเมินฝีมือการต่อสู้ของซางอวี่ต่ำเกินไป
ซางอวี่ไม่มีทีท่าว่าจะหลบแขนของต่งเจิ้นปางเลยแม้แต่น้อย เธอชกหมัดหนึ่งลงบนแขนของเขาอย่างแรง
ต่งเจิ้นปางถูกชกจนถอยหลังไปหลายก้าว กว่าจะฝืนยืนได้อย่างมั่นคงก็แทบแย่
ถึงตอนนี้ ต่อให้ต่งเจิ้นปางหลอกตัวเองแค่ไหน ก็รู้แล้วว่าตนดูแคลนซางอวี่จริง ๆ
เขารีบตั้งสมาธิเต็มที่เพื่อรับมือการโจมตีของซางอวี่ ทั้งสองต่อสู้กันอย่างสูสี
เหล่าทหารที่ยืนดูอยู่ด้านล่าง ตอนแรกต่างคิดว่าต่งเจิ้นปางต้องชนะอย่างแน่นอน
อย่างไรเสีย ผู้การต่งก็มีฝีมืออยู่บ้างในกองทหาร
หากไม่มีฝีมือก็คงขึ้นเป็นผู้การไม่ได้ กองทหารยึดถือความแข็งแกร่งเป็นหลัก
ส่วนซางอวี่แค่ยืนอยู่ตรงนั้น ก็ดูอ่อนแอบอบบาง เป็นสหายหญิงที่บอบบางน่าทะนุถนอม
แต่พอเธอลงมือ ทุกคนก็พบว่าซางอวี่ไม่เหมือนที่คิด
ออกกระบวนท่าเพียงไม่กี่ครั้ง ทุกคนก็รู้ว่าเธอเก่งกาจเพียงใด
