ตอนต่งเจิ้นปางล้มลงบนพื้น เขายังมึนงงอยู่
เขาถูกเตะกระเด็นออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว…
ตอนกระแทกพื้น กระดูกทั่วทั้งร่างปวดร้าวราวกับจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ
ซางอวี่พูดกับเยชิงหลานว่า “คุณอยู่ในห้อง ปลอบเสี่ยวอวี่หน่อย
เสี่ยวอวี่ อย่าไปใส่ใจคนที่ไม่สำคัญพวกนั้นนะ หนูมีแม่ มีพี่เสี่ยวหลิว แล้วก็มีพวกเรา”
คำพูดของซางอวี่ซึมซาบเข้าไปในใจเสี่ยวอวี่ จู่ ๆ เด็กหญิงก็เหมือนคิดได้ ทำให้รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที
จริงด้วย เธอมีแม่ที่รักเธอ มีพี่เสี่ยวหลิวที่บริจาคหัวใจให้เธอ มีคุณป้าหลิว แล้วยังมีหมอซางอีก…
มีคนตั้งมากมายที่เป็นห่วงและรักเธอ แล้วทำไมเธอต้องทำให้อารมณ์พลุ่งพล่านจนพาตัวเองไปอยู่ในอันตราย เพียงเพราะคนที่ไม่เคยใส่ใจเธอด้วย
ทำแบบนั้นมีแต่จะทำให้คนที่รักและเป็นห่วงเธอต้องเสียใจ
อาการของเสี่ยวอวี่ค่อย ๆ ทรงตัวลง
เยชิงหลานกุมมือเสี่ยวอวี่ไว้ “เสี่ยวอวี่ เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน”
“ค่ะ แม่ หนูจะอดทน หนูจะมีชีวิตอยู่ต่อไป แล้วก็หายดีค่ะ” เสี่ยวอวี่พูดอย่างหนักแน่น
ดวงตาของเยชิงหลานเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา เธอยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาตรงหางตา “เสี่ยวอวี่ เก่งมากจ้ะ”
ตรงทางเดิน
ทหารรับใช้ของต่งเจิ้นปางช่วยพยุงเขาขึ้นมา
ทหารรับใช้ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้ว พูดตามตรง เขารู้สึกขายหน้ามาก
ผู้การของพวกเขาทอดทิ้งภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ทอดทิ้งลูกที่ป่วยหนัก เพียงเพื่อผู้หญิงอย่างเฉินเสี่ยวชิงคนนั้น…
เขาเคยเจอเยชิงหลานมาก่อน พูดตามตรง เขาไม่เข้าใจเลย ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน เยชิงหลานก็ดีกว่าเฉินเสี่ยวชิงไม่รู้ตั้งเท่าไร
