หลังอาหารค่ำ ชาวบ้านเดิมก็มานั่งเล่นรับลมข้างนอกกันเป็นกลุ่ม ๆ อยู่แล้ว
พอได้ยินเสียงเอะอะ ก็รีบกรูเข้ามาล้อม
ทุกคนมองซางอวี่กับผู้หญิงที่นอนอยู่บนพื้น ชี้นิ้ววิพากษ์วิจารณ์
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมคนนอกมารังแกคนในหมู่บ้านเราได้”
“เลิกพูดเถอะ คนนอกไม่รู้ แต่พวกเราคนในหมู่บ้านไม่รู้หรือว่านางเฉินซานเป็นคนยังไง ใครจะไปรังแกเธอได้”
“ใช่แล้ว เธอไม่เอาเปรียบก็เหมือนขาดทุน”
“พวกเธอก็อย่าพูดอย่างนั้น คนในเมืองย้ายมาอยู่บ้านอิฐหลังใหญ่เฉยเลย ไม่ต้องทำงาน ยังไม่คบค้ากับพวกเราอีก”
“ใครว่าไม่ใช่ล่ะ นั่นก็คือการดูถูกพวกเราชัด ๆ”
“ใช่ ๆ เขาคบแต่กับครอบครัวหัวหน้าหน่วยเท่านั้นแหละ”
“นั่นน่ะสิ หยิ่งจะตาย”
คนส่วนใหญ่มักหัวเราะเยาะคนไม่มี และเกลียดชังคนมี
ซางอวี่ถึงจะแต่งตัวตามแบบบ้านนอกแล้วก็ตาม แต่เสื้อผ้าของเธอสะอาดไม่มีรอยปะ ดูดีมีสง่าราศี
แถมเธอเพิ่งมาถึงได้ไม่กี่วัน ก็พูดคุยกับป้าสะใภ้สองสามคนที่ปากทางเข้าหมู่บ้านเท่านั้น หลังจากนั้นก็ติดต่อกับครอบครัวหัวหน้าหน่วยอย่างเปิดเผยแค่บ้านเดียวจริง ๆ
ในสายตาชาวบ้าน นั่นก็คือการดูถูกคนน่ะสิ
ผู้หญิงที่นอนอยู่บนพื้นคือนางเฉินซาน เห็นคนส่วนใหญ่เข้าข้างเธอ ก็กำลังจะพูดต่อ
แต่กลับเห็น... ซางอวี่น้ำตาร่วงพรู ๆ ลงมา ก็แค่การแสดงฝีมือทางการแสดงไม่ใช่หรือไง
นาน ๆ จะมีโอกาส ซางอวี่คิดในใจ เอาเลย มาดูชั้นโชว์
