ซางอวี่มองพ่อแม่สามีด้วยแววตาเปี่ยมรอยยิ้ม
โอ๊ย จะว่าไปสามีภรรยาจริง ๆ นี่ก็ดูดดื่มดีนะ
เสิ่นเหอผิงได้สติก่อน เขาลูบแผ่นหลังเจียงหว่านเยวี่ยเบา ๆ “หว่านเยวี่ย อาอวี๋ยังอยู่”
เจียงหว่านเยวี่ยรีบผละจากเสิ่นเหอผิงทันที ใบหน้าร้อนผ่าว เธอลุกขึ้นเร็ว ๆ “เอ่อ… แม่ไปดูน้ำในหม้อหน่อย”
พูดจบก็รีบเดินจ้ำอ้าวเข้าไปในบ้าน
ซางอวี่หลุดหัวเราะออกมา
เสิ่นเหอผิงเองก็รู้สึกเขินเล็กน้อย “อาอวี๋ ขอบใจนะ”
ซางอวี่มองเสิ่นเหอผิง หางตายังเจือรอยยิ้ม “พ่อคะ เราเป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่ต้องเกรงใจกันหรอกค่ะ หนูฝังเข็มให้จื้อหนานก่อน แล้วจะเข็นเขาออกมา”
“ดี”
ซางอวี่เข้าไปในบ้าน ปลดชุดของเสิ่นจื้อหนานออกด้วยอารมณ์ดี แล้วลงเข็มให้เขา
เสิ่นจื้อหนานสัมผัสได้ถึงความเบิกบานใจของซางอวี่
เสิ่นจื้อหนานเริ่มสนใจซางอวี่มากขึ้นเรื่อย ๆ
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ซางอวี่เข็นเสิ่นจื้อหนานออกไปข้างนอก เจียงหว่านเยวี่ยเข้ามาช่วยประคองจนเขานั่งลงบนเก้าอี้นอนไม้ไผ่
สายลมโชยอ่อน…
เสิ่นจื้อหนานรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังหายใจ เป็นความรู้สึกที่ไม่ได้สัมผัสมานานแสนนาน
ตั้งแต่ได้รับบาดเจ็บแล้วถูกส่งกลับมา เขาก็นอนติดอยู่กับเตียงผู้ป่วยตลอด…
ธรรมชาติช่างดีงามแท้
ซางอวี่หยิบผ้าห่มบาง ๆ มาคลุมให้เสิ่นจื้อหนาน
“อาอวี๋ วันนี้เราทำอะไรกันดี” เจียงหว่านเยวี่ยถาม “รอให้คุณพ่อดีขึ้นอีกนิด อีกสองวันแม่อยากขึ้นภูเขาไปดูด้วย”
“ได้ค่ะ อีกสองวันเราตื่นเช้าขึ้นภูเขาเลย กลับมาตอนก่อนเที่ยง” ซางอวี่บอก
