ซางอวี่ก้าวออกจากบ้านก็เห็นเด็ก ๆ กลุ่มหนึ่งนั่งอยู่ริมทางไม่ไกล
ต้าโกว่วและเพื่อน ๆ เฝ้ามองไปทางหน้าบ้านของซางอวี่ตลอด พอเห็นซางอวี่ออกมา พวกเขาก็รีบลุกขึ้นวิ่งเหยาะ ๆ มาหยุดตรงหน้าเธอ
“สวัสดีครับ พี่สาว”
“สวัสดีครับ พี่สาว”
เด็ก ๆ พากันโค้งคำนับทักทายซางอวี่
“สวัสดีจ้ะ ไม่ต้องเกรงใจ” ซางอวี่ยิ้มตอบ
ต้าโกว่วรีบแนะนำเพื่อน ๆ ของเขาให้ซางอวี่รู้จัก
ซางอวี่ได้ยินชื่อแล้วก็คิดในใจ เถี่ยตั้น มู่โถว สือโถว... ล้วนเป็นชื่อที่เรียบง่ายมาก
คนเฒ่าคนแก่ชอบบอกว่าชื่อเรียกง่าย ๆ เลี้ยงง่ายเติบโตดี
เถี่ยตั้นกับเด็ก ๆ อีกสองสามคนเพิ่งเคยพบซางอวี่เป็นครั้งแรก พวกเขาแอบมองเธอด้วยความอยากรู้อยากเห็นและระมัดระวัง
พี่สาวซางอวี่ช่างงดงามเหลือเกิน
พวกเขาไม่เคยเห็นพี่สาวคนไหนงดงามเช่นนี้มาก่อน
แถมยังรู้สึกเขินอายเล็กน้อยอีกด้วย
ต้าโกว่วเป็นคนที่สนิทกับซางอวี่ที่สุด แต่เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรเหมือนกัน เขารู้ว่าซางอวี่เป็นคนดี ได้แต่คิดว่าต้องไม่สร้างปัญหาให้เธอ
เอ้อร์โกว่วยืนอยู่ข้างต้าโกว่วแต่โดยดี ไม่เอ่ยปากพูด ร่างบางเล็กผอมแห้ง แอบชำเลืองมองซางอวี่เป็นระยะ ๆ
ซางอวี่พลันรู้สึกว่าตัวเองเหมือนคุณครูพาเด็กอนุบาลออกไปทัศนศึกษา
ต่างกันตรงที่คุณครูอนุบาลจะมีฝูงนกกระจอกน้อยส่งเสียงร้องเจี๊ยวจ๊าวตามหลัง แต่ข้างหลังเธอมีเด็กน้อยที่ไม่ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว
ซางอวี่ไม่เคยเลี้ยงเด็ก ไม่ค่อยรู้วิธีชวนคุย โชคดีที่อีกไม่นานเธอก็เห็นผักเบี้ยดอกเหลืองขึ้นอยู่กลุ่มหนึ่ง
