สวนหลังบ้าน
ตอนนี้ผักที่ปลูกลงไปสูงขึ้นมาราวสิบกว่าเซนติเมตรแล้ว เขียวชอุ่ม สดชื่น มองแล้วก็ทำให้รู้สึกเบิกบานใจ
“อาอวี๋ ฟ้ายังไม่มืดเลย จะเอาไฟฉายไปทำอะไร” เจียงหว่านเยวี่ยถาม
“เดี๋ยวก็รู้แล้วล่ะค่ะ” ซางอวี่ส่งยิ้มขี้เล่น กระตุกต่อมสงสัยนิด ๆ
เจียงหว่านเยวี่ยยิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่
ซางอวี่เดินไปยังตำแหน่งทางเข้าอุโมงค์หลบภัยที่เธอพบก่อนหน้านี้ เอื้อมมือไปแหวกต้นไอวี่ออก เผยให้เห็นปากทาง
เจียงหว่านเยวี่ยเบิกตากว้าง “อาอวี๋ นี่ นี่มัน...”
“แม่คะ นี่คืออุโมงค์หลบภัยค่ะ ข้างในอุณหภูมิต่ำมาก ของที่กินไม่หมดเอามาเก็บไว้ในนี้ได้ ต่อให้เยอะแค่ไหนก็ใส่ได้หมด”
“แต่ว่าเราต้องไปหากล่องมาสักใบค่ะ จะได้กันพวกหนู แมลงสาบ มด” ซางอวี่บอก
เจียงหว่านเยวี่ยก้าวไปข้างหน้าสองก้าว “อาอวี๋ นี่เธอเป็นคนเจอหรือ”
“ค่ะ วันนั้นหนูเดินเล่นที่สวนหลังบ้านแล้วเห็น ก็กะจะบอกแม่กับพ่อ แต่มัวยุ่ง ๆ อยู่จนลืม”
ซางอวี่ยิ้มอย่างรู้สึกผิด เธอแค่บ่นพึมพำกับเสิ่นจื้อหนานไม่กี่คำ
ซางอวี่เปิดไฟฉาย
“แม่คะ เข้ามาดูสิ ข้างในนี่ก็กว้างพอสมควรเลยนะแถมยังมีที่ว่างอีกห้องหนึ่งใหญ่เหมือนกัน หนูคิดว่าไว้ทีหลังเราอาจจะเลี้ยงอะไรเองก็ได้” ซางอวี่จับแขนเจียงหว่านเยวี่ย
เจียงหว่านเยวี่ยเดินตามซางอวี่เข้าไปในอุโมงค์หลบภัยด้วยกัน
อุโมงค์หลบภัยนี้น่าจะเป็นของเจ้าของบ้านเก่าขุดไว้เอง มีพื้นที่กว่า 300 ตารางเมตร เพียงพอต่อการใช้ชีวิตประจำวันและการหลบซ่อน
เจียงหว่านเยวี่ยตาวิ๊งวับ เดินตามจังหวะก้าวของซางอวี่ไปยังช่องว่างนั้น เห็นกอหญ้าที่สูงท่วมหัว
