ซางอวี่เพิ่งเดินเข้าประตูไปจอดจักรยานเรียบร้อย เสิ่นหวยก็วิ่งปรู๊ดเข้ามาหา
“พี่สะใภ้ใหญ่ วันนี้ผมกับอาเจ๋อและคนอื่น ๆ ไปเก็บเห็ดมาได้เยอะเลย พี่ดูนี่สิ พวกเราเก็บกลับมาได้ตั้งเท่านี้แน่ะ”
ซางอวี่ยิ้มมุมปาก “เก่งจัง”
“พวกเรายังเก็บผักป่าได้อีกเยอะแยะ ผักป่าผมเอาไปวางไว้ในครัวแล้ว” เสิ่นหวยพูดราวกับกำลังรอคำชม
ซางอวี่ยื่นมือไปขยี้หัวเสิ่นหวยเบา ๆ แล้วรีบสาวเท้าเข้าไปในครัวทันที มองดูผักป่าที่วางอยู่ในครัวแล้ว มุมปากก็ยกยิ้มจนห้ามไม่อยู่
คืนนี้ได้กินหม้อไฟเห็ดแน่ ๆ
“เที่ยงนี้เรากินหม้อไฟเห็ดกันนะ” ซางอวี่พูด
“หม้อไฟเห็ดคืออะไรเหรอ” เสิ่นหวยถาม
“ก็คือหม้อไฟที่ใส่เห็ดกับผักป่าตุ๋นรวมกันไง”
“ดีเลย ผมไม่เคยกินมาก่อนเลย” เสิ่นหวยพอพูดถึงเรื่องกิน ดวงตาก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที เขารู้ดีว่าพี่สะใภ้ใหญ่ของเขาทำกับข้าวอร่อยที่สุด
เสิ่นจื้อหนานอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงซางอวี่ก็เข็นวีลแชร์ออกมา “กลับมาแล้วเหรอ เรื่องราบรื่นดีไหม”
“ราบรื่นมาก แล้วยังบังเอิญเจออดีตคู่หมั้นของโหรวเจียกับลูกพี่ลูกน้องผู้หญิงของเขาด้วย สองคนนั้นมันเลวจริง ๆ”
ซางอวี่พอพูดถึงผู้ชายเลวผู้หญิงสารเลวนั่นก็โกรธขึ้นมา
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ” เสิ่นจื้อหนานถาม
ซางอวี่มองไปที่เสิ่นหวย เสิ่นหวยรีบหันหลังแล้ววิ่งออกไปทันที “ผมรู้ว่าเรื่องต่อไปนี้เด็ก ๆ ฟังไม่ได้ ผมจะไปหาพ่อละนะ”
เสิ่นเหอผิงทำน้ำแข็งต่ออยู่หลังบ้าน การทำน้ำแข็งเป็นกระบวนการที่ยิ่งใหญ่และต้องใช้เวลา ก่อนหน้านี้เขาทำไว้กว่าสิบก้อนวางไว้ในห้องเก็บน้ำแข็ง แต่ยังห่างไกลจากความพอ
