หลินไป๋กั้นแม่เฒ่าโจวกับอาเยวี่ยไว้ด้านหลัง
“พวกคุณจะทำอะไร” หลินไป๋ขมวดคิ้วถาม
ยายแก่ตบขาตัวเอง เตรียมจะร้องโวยวาย...
“เบาเสียงหน่อย ที่นี่โรงพยาบาลไม่ใช่บ้านคุณ ถ้าบังอาจอาละวาดแบบนี้อีก จะให้กองรักษาความปลอดภัยมาจับพวกคุณไปให้หมด” ซางอวี่ตวาด
ยายแก่ชะงักมือที่กำลังตบขา เอ๊ะ นี่ยังจะเรียกกองรักษาความปลอดภัยอีก
น่ากลัวชะมัด
“คุณหมอคะ พวกเราหวังดีนะ คุณดูเถอะ ตอนนี้สหายโจวอยู่คนเดียว แถมยังขาดแขนอีกข้าง ไม่มีผู้หญิงคอยดูแลจะเป็นยังไง”
“ฉันก็เลยหวังดี พาลูกสาวที่เป็นม่ายมาแนะนำให้”
“ฉันก็คิดว่า ลูกสาวฉันมีลูกชายได้ ต่อให้มีไม่ได้ ก็ให้เจ้าเย่าจู่ที่ติดท้องมากับแม่มาเปลี่ยนแซ่ ก็ถือว่าเป็นทายาทให้สหายโจว”
“พวกคุณช่วยตัดสินให้หน่อย พวกเราหวังดีมาเจรจาเรื่องแต่งงาน สุดท้ายกลับโดนไล่ออกมา”
ยายแก่พูดอย่างมีเหตุมีผล
“พูดบ้า ๆ อะไรของแก เจ้าเย่าจู่นั่นแหละที่พูดจาดูถูกว่าฉันเป็นตัวสิ้นเปลือง บอกให้พ่อขายฉัน จะได้เอาเงินไปเป็นค่าสินสอดให้มัน ยังห้ามไม่ให้ฉันเรียนหนังสือ ไม่ให้คุณยายใส่เสื้อผ้าใหม่ ให้เราสองคนคอยรับใช้ครอบครัวพวกแก” อาเยวี่ยโกรธจนนิ้วชี้สั่นเทา
“แกมันก็แค่ตัวสิ้นเปลือง ยังเอาไปขายได้เงิน ก็ถือว่าแกไม่ได้เกิดมาเสียเปล่า” เย่าจู่ก็พูดอย่างหน้าด้าน ๆ
“พวกแกเป็นขอทาน แต่มาทำตัวโอหังขนาดนี้เชียวหรือ” ซางอวี่ถาม สายตาจับจ้องไปที่หญิงวัยกลางคน
