จางเป่าฉวนพูดกับไป๋กังเถี่ยว่า “รองหัวหน้าไป๋ สหายทุกท่าน ผมยังมีงานในไร่ต้องทำ ขอตัวก่อนนะครับ”
พูดจบ จางเป่าฉวนก็เดินก้าวยาว ๆ จากไป เขารู้สึกว่าวันนี้เสียเวลาไปมากเหลือเกิน
จางเป่าฉวนก้าวยาวเดินฉับไว ไม่นานก็หายลับตาไป
ซ่งเจี้ยนประคองหลินตง ส่วนไป๋กังเถี่ยกับชวี่จิ้งเดินขนาบอยู่ทั้งสองข้าง ทั้งสี่คนไม่มีใครกล้าหันกลับไปมอง
โดยเฉพาะหลินตง สัญชาตญาณบอกให้เขาเดินให้เร็วขึ้นอีก แต่หน้าอกเจ็บมาก เขาจึงเดินเร็วไม่ได้
เขาทำได้เพียงเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า พลางสัมผัสได้ถึงสายตาที่คล้ายมีคล้ายไม่มีจากด้านหลัง
ความโกรธกับความกลัวปะปนกันอยู่ในอก ความรู้สึกนี้ทรมานเหลือเกิน
ซางอวี่หันไปมองเสิ่นจื้อหนาน “เรากลับบ้านกันเถอะ”
เสิ่นจื้อหนานพยักหน้า ทั้งสองเดินเข้าเรือนพร้อมกัน ประตูเรือนปิดดังปัง
เสียงประตูปิดทำให้หลินตงที่เดินอยู่ข้างหน้าสะดุ้งโดยสัญชาตญาณ
เขาหันกลับไปมองอย่างไม่รู้ตัว เมื่อแน่ใจว่าตรงประตูไม่มีซางอวี่กับเสิ่นจื้อหนานแล้ว
เขาจึงแค่นเสียงราวกับต้องการกู้หน้าคืน “ผู้หญิงคนนี้จู่ ๆ ก็ลงมือ ช่างไม่รู้จักมารยาทเอาเสียเลย”
ไป๋กังเถี่ยเหลือบมองหลินตง “ถ้าอย่างนั้นเรากลับไปกันไหม ให้เธอนับหนึ่ง สอง สาม แล้วคุณเตรียมตัวให้พร้อม จากนั้นค่อยให้เธอเตะคุณอีกที?”
หลินตงเบิกตากว้างมองไป๋กังเถี่ย “รองหัวหน้าไป๋ ทำไมคุณถึงพูดเข้าข้างคนอื่นล่ะ?”
ไป๋กังเถี่ยแบมือ “ผมก็อยากพูดเข้าข้างคุณอยู่หรอก แต่จะให้พูดได้อย่างไร?
