กู้เซวียนอี้มองพวกผู้ชายที่ขาอ่อนปวกเปียกทีละคน ก็อดรู้สึกเห็นใจพวกเขาอยู่ในใจหนึ่งวินาทีไม่ได้
ไปหาเรื่องใครไม่หา ดันไปหาเรื่องซางอวี่ ยัยปีศาจนั่น
ดูสิ ดูสิ ตอนนี้ได้รับผลกรรมที่ก่อไว้แล้วใช่ไหม
ชุยเถียนตาแทบถลน ท้องร้องโครกคราก “ฉัน...จะเข้าห้องน้ำ!”
กู้เซวียนอี้: ...
แผนเดิม ๆ ที่คุ้นเคยเสียจริง
“ไปสิ”
พวกเขาเสียเวลาไปอีกหนึ่งชั่วโมง กว่าจะพาตัวเชลยศึกหน้าตาอัปลักษณ์พวกนี้ออกไปได้อย่างทุลักทุเล
กู้เซวียนอี้จัดคนคุมตัวพวกเขากลับไปที่กองทหาร
ส่วนเขานำทีมตามร่องรอยที่เสิ่นจื้อหนานทิ้งไว้ ไล่ตามไปตลอดทาง
บนรถ
ซางอวี่พิงพนักเบาะ เธอรู้สึกได้ว่าเสิ่นจื้อหนานอยู่ท้ายรถ จึงหลับอย่างสบายใจ
รถแล่นไปตามทางบนเขาที่ขรุขระตลอดทาง
ซางอวี่ถูกแรงกระแทกปลุกให้ตื่น
“คนขับ ฝีมือขับรถของคุณไหวไหมเนี่ย สั่นขนาดนี้อีกหน่อยฉันคงถูกเหวี่ยงกระเด็นออกไป
ถ้าฝีมือไม่ดี ก็ขับช้าลงหน่อยสิ” ซางอวี่บ่นพึมพำ
คนขับกับคนที่นั่งเบาะหน้าต่างชะงักไปพร้อมกัน
พวกเขาคิดว่าซางอวี่สลบไปแล้ว ยานี้แค่หนึ่งเม็ดก็ทำให้คนหลับลึกได้ถึงห้าชั่วโมง นี่เพิ่งผ่านไปสองสามชั่วโมงเอง เธอกลับตื่นขึ้นมาแล้วหรือ
คนที่นั่งเบาะหน้ารีบยกปืนเล็งไปที่ซางอวี่
“ทำอะไร จะยิงฉันหรือไง” ซางอวี่เลิกคิ้ว ในดวงตาไม่มีความง่วงแม้แต่น้อย
“ทำไมคุณถึงตื่นเร็วขนาดนี้” ชายหนุ่มถาม
“ก็ฉันดื้อยาไง ยังต้องถามอีกหรือ วางใจเถอะ ระยะใกล้ขนาดนี้ ต่อให้ฉันเก่งแค่ไหนก็หลบไม่พ้นหรอก ไม่ต้องตื่นเต้นขนาดนั้น”
