“เป็นอะไรไป ทำไมมองฉันแบบนั้น อาการของฉันแย่ลงอีกแล้วหรือ” เสิ่นจื้อหนานถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ซางอวี่ส่ายหน้า “เปล่า คุณหายดีแล้วต่างหาก”
ดวงตาของเสิ่นจื้อหนานพลันสว่างวาบ เขาโอบกอดซางอวี่ไว้ “จริงเหรอ”
ซางอวี่พยักหน้า เธอเข้าใจความหมายของเสิ่นจื้อหนาน
พวกเขาแต่งงานกันมานานขนาดนี้ เสิ่นจื้อหนานย่อมต้องการอยู่แล้ว เพียงแต่สภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย...
ตอนนี้เขาหายดีแล้ว พวกเขาก็ขยับความสัมพันธ์ไปอีกขั้นได้จริง ๆ
แต่จะมาทำเรื่องอย่างว่ากลางวันแสก ๆ ก็ออกจะ...เกินไปหน่อย
ซางอวี่ยกมือดันเสิ่นจื้อหนานออก “ถึงอย่างนั้นก็ต้องรอให้ถึงตอนกลางคืนก่อน”
“รอตอนกลางคืนทำอะไรเหรอ” เสิ่นจื้อหนานยิ้มพลางหยอกเธอ
แก้มซางอวี่แดงระเรื่อ เธอผลักเสิ่นจื้อหนานออกเต็มแรง ก่อนจะกระโดดลงจากเตียง “ฉันไปทำอาหาร”
เสิ่นจื้อหนานหัวเราะเบา ๆ แล้วเดินตามซางอวี่ไป “ทำด้วยกัน”
มื้อกลางวันซางอวี่ทำบะหมี่ทำมือ ส่วนเสิ่นจื้อหนานก่อไฟ ทำไข่เป็นน้ำราด แล้วหั่นแตงกวาอีกสองลูก
กินคู่กับผักดองปลาเล็กที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งสองคนจึงกินมื้อนี้กันอย่างเอร็ดอร่อย
หลังมื้อกลางวัน ทั้งสองก็เริ่มเก็บข้าวของ เพราะใกล้จะย้ายบ้านกันแล้ว
หมู่บ้านซ่างเหอแห่งนี้มีความทรงจำมากมายของพวกเขา แต่คงไม่มีโอกาสได้กลับมาอีกแล้ว
ซางอวี่ยังรู้สึกเสียดายที่ต้องจากที่นี่ไป
บ้านหลังนี้จัดแต่งตามความชอบของซางอวี่ทุกอย่าง ทั้งยังมีอุโมงค์หลบภัยอยู่ที่ลานหลังบ้านด้วย
เฮ้อ แล้วยังมีตู้เย็นธรรมชาติขนาดใหญ่ของเธออีก
