ซางอวี่ยกกระบุงหลังขึ้นเตรียมจากไป เพิ่งเดินไปได้สองก้าวก็เห็นของดำทะมึนก้อนใหญ่ตรงมุมสนาม
ซางอวี่มองดูอีกครั้งอย่างถี่ถ้วน
“หนังลาครับ พอดีพี่น้องคนหนึ่งไปบนภูเขาแล้วเจอลาตัวหนึ่งในหมู่บ้านตกหน้าผา ก็เลยซื้อกลับมา
เนื้อลากับเนื้อวัวน่ะ กะว่าจะขายคืนนี้ครับ“ ซ่งฉีอานอธิบาย
“หนังวัวกับหนังลาขายให้ฉันเถอะ”
“ได้ครับ” ซ่งฉีอานถามด้วยความสงสัย “คุณจะเอาไปทำอะไรครับ”
“หนังลาเอาไปต้มทำอาเจียวได้ หนังวัวใช้ทำถุงมือ รองเท้าหนัง แล้วก็เสื้อหนังอีก มีประโยชน์หลายอย่าง” ซางอวี่ตอบ
“อาเจียวเป็นของดีนะครับ ผมขอซื้อจากคุณสักหน่อยได้ไหม” ซ่งฉีอานถาม “ค่าหนังลากับหนังวัวผมไม่คิดแล้ว แล้วก็เนื้อวัววันนี้ก็ไม่คิดครับ”
ซางอวี่กะคร่าว ๆ ว่าหนังลาผืนนั้นน่าจะหนักประมาณห้าหกชั่ง หนังลาขนาดนี้พอต้มอาเจียวได้มากสุดก็สองร้อยกรัม
ยังไม่ถึงครึ่งชั่งเลย
“ฉันแบ่งขนมอาเจียวให้คุณหน่อยแล้วกันนะ ส่วนตัวอาเจียวน่ะ หนังลาผืนเดียวต้มได้ไม่เยอะหรอก” ซางอวี่บอก
“ได้ครับ” ซ่งฉีอานตอบรับทันที “คุณตอนเย็นค่อยมาเอาหนังลากับหนังวัวอีกทีแล้วกันนะครับ ผมจะให้คนจัดการก่อน จะได้เอากลับสะดวก”
“จ้ะ ขอบคุณนะ” ซางอวี่กล่าวขอบคุณแล้วสะพายกระบุงหลังเดินจากไป
ที่เกสต์เฮาส์
ซางอวี่เพิ่งกลับมาถึงหน้าเกสต์เฮาส์ก็เจอซ่งเยวี่ยพอดี
“อาอวี๋”
“พี่เยวี่ย” ซางอวี่พาซ่งเยวี่ยไปยังห้องของตนด้วยกัน “น้องเสี่ยวหมิงเป็นยังไงบ้างคะ”
“สภาพจิตใจดีมากเลย หมอบอกว่าถ้าพรุ่งนี้ไม่มีปัญหาอะไรก็กลับบ้านได้แล้ว” ซ่งเยวี่ยมีแววตาฉายแววดีใจ
