มือของเสิ่นจื้อหนานที่กำลังกินข้าวอยู่ชะงัก เขาเงยหน้ามองซางอวี่ “ซางเจี้ยนปังกับพวกนั้นถูกส่งไปอยู่หมู่บ้านใกล้ ๆ แล้ว”
ซางอวี่พยักหน้า
เสิ่นจื้อหนานสีหน้าเคร่งขรึม “พวกเขาสองคนต้องอาศัยเส้นสายถึงได้มาอยู่แถวนี้แน่ ๆ เรื่องที่ผมย้ายมาเขตทหารมณฑลตงไม่ใช่ความลับ
ซางเจี้ยนปังทำธุรกิจอยู่ที่ไห่เฉิงมาหลายปี จะสืบรู้ความเคลื่อนไหวของพวกเราไม่ใช่เรื่องยาก”
ซางอวี่พยักหน้า “ฉันก็คิดแบบนั้น พวกเขาต้องมีเส้นสายกับคนระดับสูงอยู่บ้างแน่ ๆ
ตอนนี้ซางเฉียวไม่สนใจพวกเขาแล้ว ก็เท่ากับว่าทั้งสองฝ่ายแตกหักกันแล้ว
คนที่ซางเจี้ยนปังกับภรรยาจะพึ่งพาได้ในตอนนี้ ก็เหลือแค่ฉันคนเดียว”
“คุณคิดยังไง อยากดูแลพวกเขาไหม” เสิ่นจื้อหนานถาม
เขาไม่รู้ว่าซางอวี่มีความรู้สึกต่อพ่อแม่แท้ ๆ อย่างไร
ทั้งสองคนไม่เคยคุยกันเรื่องคู่สามีภรรยาซางเจี้ยนปังมาก่อน
ซางอวี่ส่ายหน้า “ให้เลี้ยงพวกเขาน่ะไม่มีทาง
ในเมื่อฉันตัดขาดความสัมพันธ์กับพวกเขาแล้ว ก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก
พวกเขาไม่เคยเลี้ยงดูฉันแม้แต่วันเดียว ยังช่วยซางเฉียวรังแกฉันอีก
ตอนแรกเรื่องแต่งงานกับคุณ...”
ซางอวี่มองเสิ่นจื้อหนาน พูดไปได้ครู่หนึ่ง สีหน้าก็ยิ่งบึ้งตึง
เสิ่นจื้อหนานไม่รู้ว่าทำไมซางอวี่ถึงโกรธเขา เขามองเธออย่างตั้งใจ รอฟังสิ่งที่เธอจะพูดต่อ
ซางอวี่ถลึงตามองเขา “เรื่องเพื่อนสมัยเด็กของคุณน่ะ...”
“ผมอธิบายกับคุณแล้วไม่ใช่เหรอ ผมกับซางเฉียวไม่ใช่เพื่อนสมัยเด็ก เราแค่รู้จักกันเท่านั้น” เสิ่นจื้อหนานรีบพูด
