ร้านค้าสหกรณ์
ซางอวี่จอดจักรยานไว้หน้าประตู แล้วก้าวเข้าไปด้วยฝีเท้าเบาสบาย
พนักงานขายเห็นซางอวี่ก็ยิ้มทัก “หมอซาง สวัสดีค่ะ”
ซางอวี่ไม่รู้จักพนักงานขายคนนี้ จึงเผยสีหน้าสงสัยออกมา
พนักงานขายรีบพูดขึ้น “ฉันรู้ว่าคุณเป็นหมอ คุณสนิทกับหมอหลินมาก ฉันเคยเห็นคุณสองคนคุยปรึกษาเรื่องการแพทย์กันด้วยค่ะ”
“ที่ร้านอาหารของรัฐค่ะ” พนักงานขายช่วยเตือนความจำ
ซางอวี่ยิ้มเขินเล็กน้อย ทุกครั้งที่พบหลินไป๋ เธอกับเขามักไปกินข้าวที่ร้านอาหารของรัฐ จึงเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาของคนไม่น้อยจริง ๆ
ซางอวี่ยิ้ม “สวัสดีค่ะ”
“สหายซาง จะซื้ออะไรคะ ฉันช่วยหยิบให้” พนักงานขายกล่าวยิ้ม ๆ
ยุคนี้การเป็นพนักงานขายของร้านค้าสหกรณ์ถือเป็นงานดี จะได้เจอบริการด้วยรอยยิ้มแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย
“ฉันอยากซื้อขนมกระป๋องสักสองสามกระป๋องค่ะ”
“ขนมกระป๋องอยู่ทางนี้ค่ะ ลองดูนะคะว่าอยากได้รสไหน
มีรสส้ม รสซานจา แล้วก็รสพีชเหลือง ขายดีทั้งนั้นเลยค่ะ”
“งั้นเอาอย่างละสองกระป๋องค่ะ” ซางอวี่กล่าว
พนักงานขายหยิบขนมกระป๋องออกมาให้อย่างร่าเริง
ซางอวี่ยื่นเงินคูปองให้พนักงานขาย
ทั้งสองคุยกันไปพลางหยิบของไปพลาง
“หมอซาง ฉันรู้ว่าฝีมือการแพทย์ของคุณดีมาก ที่บ้านฉันมีผู้ใหญ่คนหนึ่งไอมาหลายปีแล้ว พอถึงหน้าหนาวอาการจะยิ่งหนัก
กินยาอะไรก็ไม่หาย ไม่ทราบว่าจะรบกวนให้คุณช่วยดูอาการให้ได้ไหมคะ”
พนักงานขายเผยจุดประสงค์ของตน
ซางอวี่ปฏิบัติต่อผู้ป่วยมาโดยตลอดว่า เมื่อพบกันแล้วก็ถือเป็นคนไข้คนหนึ่ง หากช่วยได้ก็ช่วย จึงไม่ได้ปฏิเสธ
