ระหว่างทางที่ซางอวี่กับเสิ่นจื้อหนานเดินกลับ ทั้งคู่ต่างมีท่าทีห่อเหี่ยวอยู่บ้าง
เสิ่นจื้อหนานถามเสียงเบา “เพราะเรื่องของหลี่เฉิงหรือเปล่า”
ซางอวี่พยักหน้า “อืม ตอนที่พวกเราเพิ่งมาถึงที่นี่ เลขาฯ หลี่ช่วยพวกเราไว้มากจริง ๆ
ฉันว่าเขาเป็นคนดีนะ ก่อนหน้านี้เขายังเตือนฉันด้วยว่า ถ้าไปได้ก็รีบไปเสีย
ไม่คิดเลยว่าเขาจะไปเข้าร่วมคณะกรรมการ”
“ไม่มีใครรู้หรอกว่าก้าวต่อไปของตัวเองจะเดินไปถึงไหน
หลี่เฉิงเลือกไปคณะกรรมการ ก็คงมีเหตุผลของเขา
จากที่ได้ติดต่อกับเขา ฉันว่าเขาไม่ใช่คนที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อผลประโยชน์” เสิ่นจื้อหนานพูด
ซางอวี่พยักหน้า “ฉันก็หวังว่าเขาจะไม่ใช่ แต่ในถังสีย้อมดำแบบนั้น จะมีสักกี่คนที่รักษาจิตใจเดิมของตัวเองไว้ได้
เรื่องการตายของนายอำเภอสืบชัดเจนแล้วหรือยัง”
เสิ่นจื้อหนานส่ายหน้า “ฉันให้คนคอยสังเกตการณ์ไว้แล้ว จนถึงตอนนี้ยังไม่มีข่าวอื่นส่งมา มีแต่บอกว่าเขาฆ่าตัวตาย”
ซางอวี่ถอนหายใจ
ทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรต่อ
เมื่อกลับถึงเรือนเล็ก ทั้งคู่ก็ล้างหน้าล้างตากันง่าย ๆ จากนั้นจึงเริ่มเตรียมข้าวของสำหรับออกเดินทางวันพรุ่งนี้
เสิ่นจื้อหนานใช้เอกสารพิเศษซื้อตั๋วรถไฟ ที่นอนของทั้งสองคนเป็นเตียงชั้นล่าง
ซางอวี่พลันเปลี่ยนความหดหู่ให้กลายเป็นพลัง เตรียมอาหารสำหรับกินระหว่างทางไว้กองใหญ่ ทั้งทำแป้งแผ่นไส้เนื้อและนึ่งหมั่นโถว
ผักดองเค็มกับผักดองที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ต่างก็ใส่โหลเล็ก ๆ แยกกัน จนหิ้วได้เต็มถุงใหญ่
