“จะไปเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?” หลี่หงเฟิงทำหน้าเสียดาย
เขายังไม่ได้ประลองฝีมือกับผู้การเสิ่นเลยสักครั้ง
เดิมทีเขาคิดว่าเสิ่นจื้อหนานยังไม่หายดี ถ้าประลองกับเขาก็เท่ากับรังแกคน
พอเห็นว่าเรี่ยวแรงของเสิ่นจื้อหนานฟื้นคืนมาแล้ว เขาก็ตัดสินใจว่าไม่ประลองดีกว่า
จะหาเรื่องเจ็บตัวไปทำไมกัน?
“พวกเราไปแล้ว พวกคุณสองคนก็คงใกล้ได้กลับเข้าหน่วยแล้วใช่ไหม?”
ซางอวี่ถาม
หลี่หงเฟิงกับจางเหวยหมิงสบตากัน “ตอนนี้พวกเราสองคนยังไม่ได้รับแจ้งอะไรเลย
ถ้ายังไม่ได้รับแจ้ง ก็ต้องแฝงตัวอยู่ทางนี้ต่อไป”
“พวกคุณสองคนสู้ ๆ นะ คนที่ควรระวังก็จับตาดูให้ดี อย่าดูแคลนใครง่าย ๆ โดยเฉพาะผู้หญิง” ซางอวี่เตือน
“พวกเราจำไว้แล้ว” ทั้งสองขานรับ
ทั้งสี่คนนั่งคุยกันอยู่พักหนึ่ง หลี่หงเฟิงกับจางเหวยหมิงจึงจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์
ซางอวี่กอดแขนเสิ่นจื้อหนานแล้วพูดอย่างทอดถอนใจ “เฉียวเซินกำลังจะได้กลับเข้าหน่วยแล้ว ทำไมหลี่หงเฟิงกับจางเหวยหมิงถึงยังไม่ไปกันนะ?”
“ภารกิจของพวกเขาคงไม่เหมือนกัน”
ซางอวี่ไม่ได้ถามต่อ
ทั้งสองคนล้างหน้าแปรงฟันเสร็จก็เข้านอน
เช้าวันรุ่งขึ้น ซางอวี่เก็บอาหารที่กินไม่หมดใส่ห่อ ตั้งใจจะเอาไปให้หยางเฉิงเจ๋อ
จากนั้นเธอกับเสิ่นจื้อหนานก็ขี่จักรยานของพวกเขาเข้าไปในตัวอำเภอ
หลังส่งของทางไปรษณีย์แล้ว ทั้งสองมองจักรยาน ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้จัดการกับจักรยานคันนี้…
“พวกเราขายจักรยานเถอะ เอาขึ้นรถไปด้วยไม่สะดวก”
